แนวทางการบริหารการนิเทศการศึกษาสำหรับสถานศึกษาในการจัดการเรียนรู้ เชิงรุก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1
คำสำคัญ:
การบริหารการศึกษา, การนิเทศการศึกษา, การจัดการเรียนรู้เชิงรุกบทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นในการบริหารการนิเทศการศึกษาสำหรับสถานศึกษาในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 2) ศึกษาแนวทางการบริหารการนิเทศการศึกษาสำหรับสถานศึกษาในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 3) ประเมินแนวทางการบริหารการนิเทศการศึกษาสำหรับสถานศึกษาในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) โดยใช้การวิจัยเชิงปริมาณร่วมกับการวิจัยเชิงคุณภาพ แบ่งการดำเนินการวิจัยออกเป็น 3 ระยะ ผลการวิจัยพบว่า
1) สภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ในการบริหารการนิเทศการศึกษาสำหรับสถานศึกษาในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 โดยรวมอยู่ในระดับมากทั้งโดยรวมและรายด้านทุกด้าน เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดในสภาพปัจจุบันคือ ด้านการประเมินและพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (x̄ = 3.89) และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ ด้านการดำเนินการนิเทศการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (x̄ = 3.72) สำหรับความต้องการจำเป็นในการพัฒนา พบว่า ด้านการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกมีความต้องการจำเป็นสูงสุด (PNImodified = 0.28) รองลงมาคือ ด้านการดำเนินการนิเทศการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (PNImodified = 0.27)
2) แนวทางการบริหารการนิเทศการศึกษาสำหรับสถานศึกษาในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 มีดังนี้ ระยะที่ 1 การเตรียมการ ระยะที่ 2 การพัฒนาครู ระยะที่ 3 การปฏิบัติและนิเทศ ระยะที่ 4 การประเมินและพัฒนา
3) ผลการประเมินแนวทางการบริหารการนิเทศการศึกษาสำหรับสถานศึกษาในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 โดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.68, S.D. = 0.42) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านอรรถประโยชน์ (Utility) มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (x̄ = 4.72, S.D. = 0.38) รองลงมาคือ ด้านความเป็นไปได้ (Feasibility) (x̄ = 4.69, S.D. = 0.41) ด้านความเหมาะสม (Propriety) (x̄ = 4.67, S.D. = 0.44) และด้านความถูกต้อง (Accuracy) (x̄ = 4.65, S.D. = 0.45) ตามลำดับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแนวทางการบริหารการนิเทศการศึกษาที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสม สามารถนำไปใช้ได้จริง และสามารถส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Downloads
เอกสารอ้างอิง
จุฬารักษ์ โคตรจักร์ และสงวน อินทร์รักษ์. (2563). กระบวนการนิเทศการศึกษาในโรงเรียนภัทร
ญาณวิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 9. วารสารบริหาร การศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร, 11(1).
ปาจรีย์ หงษ์แก้ว. (2563). การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในที่มีประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารและพัฒนาการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
ยุภาลัย มะลิซ้อน. (2563). การพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์.7(8).
ราตรี ฤกษ์ดี. (2562). การนำเสนอกระบวนการดำเนินงานนิเทศการศึกษาของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. พระนครศรีอยุธยา.
วาสนา บุญมาก. (2562). การพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบบูรณาการเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต. พิษณุโลก. มหาวิทยาลัย นเรศวร.
วัลลิภา สมฤทธิ์, สุวดี อุปปินใจ และประเวศ เวชชะ. (2564). แนวทางการบริหารงานนิเทศภายในโรงเรียนในการจัดการเรียนรู้ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 2. วารสารมจรเพชรบุรีปริทรรศน์, 4(1), 1-14.
วิชิรตา วรธาดาสวัสดิ์.(2566).รูปแบบการนิเทศการศึกษาแบบผสมผสานเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนมัธยมศึกษา. วิทยานิพนธ์ ปริญญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
สันต์ธวัช ศรีคำแท้ (2563). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเพื่อพัฒนากระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการรัชดา. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). แนวทางการนิเทศเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ตามนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้. กรุงเทพฯ.โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2563). กระบวนการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาของเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการนิเทศการศึกษาโดยใช้ภูมิภาคเป็นฐาน. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1. (2566). รายงานผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียน.
อารี ภูมิพันธุ์ (2565). การพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบบูรณาการเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.
Acheson, K., & Gall, M. (2003). Clinical supervision and teacher development: Preserve and in service applications. (5" ed.). New York: John Wiley & Sons. Burton.
Ben, M.Has. (1995). Supervisory behavior in education (3rd ed.). New Jersey: Prentice-Hall.