ผลการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning)เพื่อส่งเสริมทักษะ การพูดภาษาอังกฤษในการสื่อสาร สำหรับครูระดับประถมศึกษา

Main Article Content

Suthon Wongdaeng
พรนภัส ทับทิมอ่อน

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษในการสื่อสาร สำหรับครูระดับประถมศึกษา กลุ่มตัวอย่างเป็นครูผู้สอนภาษาอังกฤษ ระดับประถมศึกษา จากโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาทเขต 1 จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสำรวจสถานการณ์และความต้องการการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 2) แบบทดสอบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน 3) แบบทดสอบความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษในการสื่อสาร 4) คู่มือและแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน โดยใช้โปรแกรมมูเดิ้ล (Moodle) 5) แบบประเมินทักษะการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน 6) แบบประเมินทักษะการพูดภาษาอังกฤษในการสื่อสาร 7) คู่มืออบรมการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน และ 8) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน สถิติการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบ dependent t-test 


            ผลการวิจัย พบว่า 1) ครูผู้สอนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานเพื่อส่งเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษในการสื่อสาร ก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 6.41 (ร้อยละ 64.10) หลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 8.12 (ร้อยละ 81.20) และเมื่อเปรียบเทียบความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน พบว่า หลังเรียนแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2) คะแนนความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษ พบว่าครูผู้สอนมีความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษ ก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 10.42 (52.10%) หลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 17.21 (86.05%) และเมื่อเปรียบเทียบความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษ พบว่า หลังเรียนคะแนนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3) ผลการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานเพื่อส่งเสริมทักษะการพูดภาษา อังกฤษในการสื่อสาร พบว่า ครูผู้สอนภาษาอังกฤษมีทักษะการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานอยู่ในระดับดี 4) ผลการประเมินทักษะการพูดภาษาอังกฤษในการสื่อสารของครูผู้สอนระดับประถมศึกษา ก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับพอใช้ หลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับดี และเมื่อเปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า คะแนนทักษะการพูดภาษาอังกฤษในการสื่อสารหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และ 
5) ครูผู้สอนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานเพื่อส่งเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษในการสื่อสารอยู่ในระดับมากที่สุด

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

การอ้างอิงบทความ
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กชนันท์ โนรินทร์. (2558). การพัฒนารูปแบบการเรียนแบบผสมผสานที่ส่งเสริมทักษะชีวิต สำหรับนักเรียนประถมศึกษา. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์, 11 (1),46-61.
ทิศนา แขมมณี. (2554). ศาสตร์การสอนองค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 14. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธูปทอง กว้างสวาสดิ์. (2557). การสอนภาษาอังกฤษด้วยเทคโนโลยี. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ประหยัด จิระวรพงศ์. (2552).“การเรียนแบบผสมผสาน”. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, ฉบับพิเศษ โครงการเผยแพร่งานวิจัย ประจำปี 2552 : 1-15.
ประยูร เขียวอินทร์. สภาพปัจจุบันและความต้องการในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ.(8 กรกฎาคม 2559). สัมภาษณ์โดยสุธน วงค์แดง. โรงเรียนอนุบาลสรรค์บุรี จังหวัดชัยนาท.
ปรัชญนันท์ นิลสุข และปณิตา วรรณพิรุณ. (2554). “การเรียนรู้แบบผสมผสานจากแนวคิด สู่การปฏิบัติ”. วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา, 1(2), 43 – 49.
พิชิต ฤทธิ์จรูญ.(2554).ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์.(พิมพ์ครั้งที่5). กรุงเทพฯ : เฮ้าส์ ออฟ เคอร์มีสท์.
ไพฑูรย์ กานต์ธัญลักษณ์. (2557). “การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานด้วยการเรียนแก้ปัญหาร่วมกันและเทคนิคซินเนคติกส์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ของนักศึกษาครู”. วารสารวิชาการ Veridian E-Journal, 7(3), 378 - 393.
รสริน ป้อมสาหร่าย. (2556). ศึกษาการพัฒนากลวิธีการสอนแบบผสมผสานเทคนิค เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างประเทศ. สำนักการศึกษาเทศบาล นครพิษณุโลก.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2553) . แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร แห่งประเทศไทย จำกัด.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2557).แนวปฏิบัติตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ.กรุงเทพฯ : จามจุรีโปรดักส์.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2558). คู่มือการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแนวใหม่ ตามกรอบอ้างอิงความสามารถทางภาษาของสหภาพยุโรป CEFR The Common European Framework of Reference for Languages. นนทบุรี : องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
สำนักทดสอบการศึกษาแห่งชาติ. (2559). ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2559. กรุงเทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ.
สมใจ จันทร์เต็ม. (กรกฎาคม-กันยายน 2553). “Hybrid learning. กับนวัตกรรมการเรียน การสอนวิชาบัญชีในศตวรรษที่ 21 : กรณีศึกษาของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย”. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 30(1) : 134-150.
อุมาพร คาดการณ์ไกล. (มกราคม – กรกฎาคม 2558). “การออกแบบการเรียนรู้แบบผสมผสานและองค์ประกอบที่มีประสิทธิภาพของการเรียนการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในรายวิชาการเขียนภาษาอังกฤษ”. วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร, 35(1) : 1 – 31.
Bonk and Graham. (2006). Handbook of blended learning : Global Perspectives, local designs. San Francisco, CA: Pfeiffer Publishing.
Driscoll.(2005).Blended learning:Let’s get beyond the Hype.E-learning,1(4), 1-4.
ESL/EFL Resources. (2007). English Language Teaching Methodology. Retrieved September 12, 2007, from https://www.englishraven.com.
Graham, C. R. (2013). Emerging practice and research in blended learning. Retrieved July 14, 2013, from https://www.academia.edu.
Guangying. (2014). An experimental research on blended learning in the development of listening and speaking skills in China. Article in Southern African Linguistics and Applied Language Studies 32(4).
Harmer. (2007). The practice of English language teaching. Harlow, England :
Pearson Longman.
Horn and Staker. (2011). The Rise of K-12 Blended Learning. Innosight Institute.
Liu, W. Y., & Zha, J. A. (2009). Effectiveness Study of English Learning in Blended Learning Environment. Foreign Languages and Their Teaching, 10, 23-26.
Marsh, D. (2012). Blended Learning Creating Learning Opportunities for Language Learners. New York: Cambridge University Press.
Sejdiu. (7 December, 2014).“English language teaching and assessment in blended learning”. Journal of Teaching and Learning with Technology, 3(2) : 67 – 82.
Sharma,P., & Barrett, B. (2007). Blended Learning : Using technology in beyond the language classroom. Oxford ,England : Macmillan.
Stracke. (14 January, 2007). Spotlight on blended language learning: A frontier beyond learner autonomy and computer assisted language learning. Language Learning October: 1–13. Retrieved January 14, 2007, from https://independentlearning.org.
Zhang, Wei & Zhu and Chang. (February 2018). “Impact of Blended Learning on University Students’ Achievement of English as a Second Language”. International Journal on E-Learning, 17(2), 251-273.
Zhao, G. D., & Yuan, S. (2010). Factors Affecting Students’ Satisfaction in Blended Learning : the Case of Peking University. Distance Education in China, 6, 32 - 38.