การพัฒนาทักษะการสื่อสารผ่านกระบวนการจัดการองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์ผ้าตีนจกโบราณโหล่งฮอด–ดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาทักษะการสื่อสารผ่านกระบวนการจัดการองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์ผ้าตีนจกโบราณโหล่งฮอด–ดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นการวิจัยแบบผสมผสานตามขั้นตอนกระบวนการจัดการความรู้ ผลปรากฏว่า ขั้นตอนที่ 1 การรวบรวมข้อมูลและจัดระเบียบของกลุ่มทอซิ่นลายโบราณของอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 50 คน โดยใช้แบบตรวจสอบรายการที่ได้ตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่านใช้ค่า IOC มีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.759 มีการตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้าและเวทีสาธารณะโดยกำหนดให้มีความเห็นชอบร่วมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ปรากฏข้อมูลข้อมูลซิ่นตีนจกลายโบราณจัดอยู่ในกลุ่มลาย 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มลายขันโคม กลุ่มลายโคมหลวง กลุ่มลายกูด และกลุ่มลายเครือ ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนาสารสนเทศ คือ ระบบฐานข้อมูลลายซิ่นตีนจกลายโบราณ โดยผ่านผู้ประเมิน 5 ท่าน ผลปรากฏว่า อยู่ในระดับดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.616 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานอยู่ที่ 0.157 และผลการประเมินความพึงพอใจต่อระบบฐานข้อมูลซิ่นตีนจกลายโบราณของกลุ่มทอซิ่นตีนจกลายโบราณ ปรากฏว่า มีความพึงพอใจต่อระบบฐานข้อมูลซิ่นตีนจกลายโบราณในภาพรวม มีค่าเฉลี่ย 4.096 อยู่ในระดับดี ซึ่งแบบระบบฐานข้อมูลได้ผ่านผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน มีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.793 และขั้นตอนที่ 3 การแลกเปลี่ยนและการประยุกต์ใช้ เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงเป็นเป้าหมายในการพัฒนานวัตกร คือ ประธานกลุ่มทอซิ่นตีนจกลายโบราณ จำนวน 5 คน ได้แก่ ประธานกลุ่มทอซิ่นบ้านสันบ่อเย็น ตำบลทุ่งโป่ง ประธานกลุ่มทอซิ่นบ้านไร่ ตำบลดอยเต่า ประธานกลุ่มทอซิ่นบ้านแปลงแปด ตำบลท่าเดื่อ ประธานกลุ่มทอซิ่นบ้านแอ่น ตำบลบ้านแอ่น อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ และประธานกลุ่มทอซิ่น ตำบลนาคอเรือ อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเข้าสู่กิจกรรมกระบวนการการแลกเปลี่ยนและการประยุกต์ใช้จำนวน 3 กิจกรรม เป็นเครื่องมือในการพัฒนานวัตกรโดยได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน มีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.871 และใช้แบบประเมินทักษะการสื่อสารนวัตกรชุมชนตาม Scoring Rublics 3 ด้าน ได้แก่ ด้านทักษะการพูด ด้านทักษะการคิด และด้านทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตซึ่งผ่านการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือจากผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน มีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.819 ผลปรากฏว่า การพัฒนาทักษะการสื่อสารผ่านกระบวนการจัดการองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์ผ้าตีนจกโบราณโหล่งฮอด–ดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ของนวัตกรทั้ง 5 ราย มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 4.177 คะแนน อยู่ในระดับดีมาก จึงกล่าวได้ว่างานวิจัยชิ้นนี้สามารถสนับสนุนและส่งเสริมให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้แก่คนในพื้นที่ได้ตามนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กนกวรา พวงประยงค์. (2561). บทบาทของเศรษฐกิจสร้างสรรค์และพฤติกรรมเชิงสร้างสรรค์ในการพัฒนายกระดับ
วิสาหกิจชุมชนไทย. วารสารพัฒนศาสตร์. 1(1) มกราคม - มิถุนายน 2561, 220-252.
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2544). เอกสาร “สื่อการเรียนรู้”ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ.
คณะกรรมการจัดการความรู้ (KM) สำนักวิชาศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต. (2565). การจัดการความรู้
KNOWLAGE MANAGEMENT: KM) แนวทางการประเมินผลการประเมิน SOFT SKILL. คณะกรรมการจัดการ
ความรู้ (KM) สำนักวิชาศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต.
ชุษณะ เชคณา และ เสรี วงษ์มณฑา. (2549). กระบวนทัศน์การเสริมสร้างวัฒนธรรมการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ
ในการสร้างตราสินค้า. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต. 2(1) มกราคม-เมษายน 2549. 84-94.
ธเนศ ยุคันตวนิชชัย. (2553). การสื่อสารการตลาดเชิงบูรณาการ หรือ IMC (Integrated Marketing
Communications).วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. 30(2) เมษายน - มิถุนายน 2553, 99-115.
ธีระพงษ์ แก้วหาวงษ์. (2543). กระบวนการเสริมสร้าง ชุมชนเข้มแข็ง ประชาคม ประชาสังคม. ศูนย์ฝึกอบรมและ
พัฒนาการสาธารณสุขมูลฐาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.
จามรี พระสุนิล. (2563). การส่งเสริมนวัตกรชาวบ้านของชุมชนบ้านปางสา ตําบลป่าตึง อําเภอแม่จัน จังหวัดชียงราย.
วารสารวิจัยสังคม. 3(2) กรกฎาคม - ธันวาคม 2563, 181-218.