กลไกการบริหารจัดการศูนย์กิจกรรมตอนกลางวัน ด้วยชุมชนเป็นฐาน สำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย: กรณีศึกษาเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดและเทศบาลเมืองลาดสวาย
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการและพัฒนาระบบและกลไกการบริหารจัดการศูนย์กิจกรรมตอนกลางวัน (Day Service Center) ที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชนที่มีรายได้น้อย โดยใช้แนวคิดการออกแบบเพื่อคนทั้งมวลและการบริหารจัดการโดยใช้ชุมชนเป็นฐานเป็นกรอบการวิจัย การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการประยุกต์ร่วมกับการวิจัยแบบผสมผสาน เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผู้สูงอายุและคนพิการที่มีรายได้น้อยจำนวน 525 คน ในพื้นที่นำร่อง 2 แห่ง ได้แก่ เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด และเทศบาลเมืองลาดสวาย จังหวัดปทุมธานี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถามและรายการตรวจสอบสภาพกายภาพเพื่อการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตประจำวัน (บพท.01) และรายการตรวจสอบความพร้อมของอาคารสาธารณะสำหรับการจัดตั้งศูนย์กิจกรรมตอนกลางวัน (บพท.02) ซึ่งพัฒนาภายใต้การสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) และผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงโดยผู้ทรงคุณวุฒิ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติเชิงพรรณนา ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์โดยการจำแนกตามบริบทพื้นที่ศึกษา ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีภาวะเปราะบางซ้ำซ้อนในระดับสูง โดยร้อยละ 73 มีโรคเรื้อรัง และร้อยละ 60.57 เคยประสบเหตุพลัดตกหกล้มในที่อยู่อาศัย ซึ่งสัมพันธ์กับความไม่สอดคล้องทางสรีรวิทยาและสภาพแวดล้อมทางกายภาพ ความต้องการกิจกรรมในศูนย์กิจกรรมตอนกลางวันมุ่งเน้นการบูรณาการมิติสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรมอย่างเป็นองค์รวม ผลลัพธ์สำคัญของการวิจัยคือการสังเคราะห์รูปแบบการบริหารจัดการศูนย์กิจกรรมตอนกลางวันโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ซึ่งประกอบด้วย (1) กลไกการมีส่วนร่วมของภาคชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับพื้นที่ (2) การใช้เครื่องมือ บพท. เป็นฐานในการประเมินความพร้อมและการตัดสินใจจัดตั้งศูนย์ (3) ระบบการบริหารจัดการกิจกรรมที่บูรณาการมิติสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรม และ (4) การสนับสนุนงบประมาณแบบผสมผสานจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบดังกล่าวสามารถใช้เป็นฐานข้อมูลเชิงประจักษ์สำหรับการตัดสินใจเชิงนโยบายและการพัฒนาศูนย์กิจกรรมตอนกลางวันให้มีความยั่งยืนและสอดคล้องกับบริบทพื้นที่
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กฤตภัทร ถาปาลบุตร. (2564). การพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยในต่างประเทศและประเทศไทย. ขอนแก่น: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2564). คู่มือการบริหารจัดการศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ. กรุงเทพฯ: กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2564). แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
จันทร์เพ็ญ แสนกล้า. (2562). การดูแลผู้สูงอายุในสังคมไทย: ความท้าทายและโอกาส. วารสารการพัฒนาชุมชนและสังคม, 45(3), 100–115.
ชุมเขต แสวงเจริญ, จิณพิชญ์ชา สาธิยมาส, สัญชัย สันติเวส, วิรุจน์ สมโสภณ, และ อรทัย พงษ์แก้ว. (2568). รายงานฉบับสมบูรณ์ สัญญาเลขที่ A13F670206: การพัฒนากลไกและระบบการจัดการที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยที่สอดคล้องกับบริบทของเมืองหรือชุมชนเพื่อทุกคน. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ชุมเขต แสวงเจริญ, สุมาวลี จินดาพล, และ กตัญญู หอสูติสิมา. (2565). รายงานการวิจัยและนวัตกรรมฉบับสมบูรณ์ โครงการออกแบบปรับปรุงบ้านที่มีความเสื่อมโทรมมากสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. (2564). การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในมิติที่ครอบคลุม. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย.
สำนักงานการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กองพัฒนาข้อมูลและตัวชี้วัดสังคม. (2564). รายงานวิเคราะห์สถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ำของประเทศไทย ปี 2563. กรุงเทพฯ: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
World Health Organization. (2022). Housing and health guidelines: Age-friendly housing interventions. Geneva: World Health Organization.
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis. 3rd ed. Harper and Row.