การสื่อสารการแสดงผ่านนาฏกรรมล้านนาร่วมสมัย เรื่อง เส้นทางตั(น)ณหารัก

ผู้แต่ง

  • วีรินทร์ภัทร์ บูรณะสระกวี สาขาวิชานิเทศศาสตร์บูรณาการ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้

คำสำคัญ:

นาฏกรรมล้านนา, การสื่อสารการแสดง, นิราศหริภุญชัย, การแสดงร่วมสมัย

บทคัดย่อ

        การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสรรค์และนำเสนอนาฏกรรมล้านนาร่วมสมัยผ่านสัญญะเพื่อสื่อความหมายด้านคติธรรม โดยใช้การวิจัยแบบผสมผสาน ผ่านกระบวนการศึกษา ออกแบบ พัฒนา และนำเสนอ มีเครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ การสังเกตการณ์ การสัมภาษณ์ และการประเมินผลงาน มีกลุ่มผู้เกี่ยวข้อง คือ ปราชญ์ชาวบ้าน นักวิชาการล้านนา ผู้ร่วมทดลองและพัฒนาการแสดง และผู้ชมผลงาน

 

        ผลการวิจัย พบว่า การดำเนินงานวิจัยแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 การวิจัย สำรวจ วิเคราะห์ (Pre-Production) เริ่มจากการศึกษาโคลงนิราศหริภุญชัยโดยวิเคราะห์และจำแนกเนื้อหาออกเป็น 3 ตอน คือ ตอนต้น ตอนกลาง และตอนปลาย นำข้อมูลมาถอดความเป็นแก่นสาระสำคัญเพื่อนำไปออกแบบการแสดง ช่วงที่ 2 การออกแบบ พัฒนา และการแสดง (Production) สร้างสรรค์ผลงานผ่านองค์ประกอบ 6 ประการ ได้แก่ 1) โครงเรื่อง ตีความจากนิราศหริภุญชัยนำมาประกอบสร้างเรื่องใหม่ตามแนวคิดตัณหาสามระดับทางพุทธศาสนา แบ่งเป็น 3 องก์ คือ องก์ที่ 1 กามตัณหา แสดงถึงความหลงใหลในรูป รส กลิ่น เสียง องก์ที่ 2 ภวตัณหา แสดงความต้องการอยู่ในภาวะที่พึงพอใจ และองก์ที่ 3 วิภวตัณหา สะท้อนการพร้อมสละทุกอย่างเพื่อความพึงพอใจ 2) การสื่อสารของนักแสดง ออกแบบท่าทางการเคลื่อนไหวให้สอดคล้องกับอารมณ์ในแต่ละองก์ โดยในกามตัณหาใช้การเคลื่อนไหวที่อ่อนหวานผสมผสานการฟ้อนล้านนาแบบคู่ชายหญิง ภวตัณหามีทั้งการเคลื่อนไหวที่เร็วกระชับและช้าสลับกันเพื่อสื่อถึงความร้อนรุ่มในจิตใจ และวิภวตัณหาใช้ท่าทางที่สง่างามแสดงถึงการปล่อยวาง ผสมผสานศิลปะต่อสู้เจิงที่รวดเร็วและแข็งแรง 3) เครื่องแต่งกาย ออกแบบสัญญะผ่านสี ลวดลาย และรูปทรงที่สื่อถึงอารมณ์และบุคลิกของตัวละคร โดยนำอัตลักษณ์ล้านนาผ่านโคมล้านนาที่สะท้อนความศรัทธาและความรักมาประยุกต์ใช้ 4) ดนตรี ใช้เครื่องดนตรีพื้นเมืองล้านนาผสมผสานกับการขับร้องแบบล้านนาทั้งซอ จ๊อย และการเล่าค่าว โดยปรับจังหวะและทำนองให้สอดคล้องกับอารมณ์ของแต่ละฉาก 5) แสง ออกแบบสีและระดับความเข้มแตกต่างกันตามอารมณ์ของฉาก ใช้การสร้างเงาเพื่อสื่อถึงความซับซ้อนทางอารมณ์ และ 6) อุปกรณ์ประกอบการแสดง ใช้เป็นสัญญะแทนความรู้สึกและความเชื่อ ประกอบด้วยสัญญะแห่งความรัก อารมณ์ และความศรัทธา ช่วงที่ 3 การประเมินผล (Post-Production) เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ชมการแสดงผ่านแบบสอบถามความคิดเห็น ผลการประเมินพบว่า ผู้ชมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อภาพรวมของการแสดง โดยมีข้อเสนอแนะให้เพิ่มบทบรรยายหรือคำอธิบายประกอบ และควรขยายเวลาการแสดงในฉากสำคัญ ดังนั้น นาฏกรรมล้านนาร่วมสมัยชิ้นนี้แสดงให้เห็นว่า การนำองค์ประกอบทางศิลปะการแสดงมาตีความและประกอบสร้างอย่างมีระบบสามารถช่วยสื่อความหมายในเชิงวัฒนธรรมและคติธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังเป็นการอนุรักษ์และสืบทอดศิลปวัฒนธรรมล้านนาให้เข้ากับบริบทสังคมร่วมสมัยได้อย่างกลมกลืน

เอกสารอ้างอิง

นิตยา เอกบาง และพิศาพิมพ์ จันทรพรหม. (2565). โคลงนิราศหริภุญชัย : การวิเคราะห์คุณค่าโคลงนิราศหริภุญชัย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวตามรอยนิราศ. วารสารวิทยาลัยสงฆ์นครลําปาง, 11(1), 226-279.

มาณพ มานะแซม. (2557). รายงานการวิจัย การศึกษาพัฒนาการและบริบทที่เกี่ยวข้องของงานนาฏกรรมล้านนา เพื่อสร้างสรรค์นาฏกรรมล้านนาและเพิ่มคุณค่าทางการท่องเที่ยว. สาขาศิลปะการดนตรีและการแสดง ภาควิชาศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

วรลัญจก์ บุณยสุรัตน์. (2544). วิหารล้านนา. กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ.

วีรพล เจียมวิสุทธิ์. (2560). สัญญะกับการสื่อสารอัตลักษณ์ในตราเครื่องหมายสัญลักษณ์การจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก. Veridian E-Journal, 10(1), 2077-2092.

สรณัฐ ไตสังคะ. (2560). ศาสตร์และศิลป์แห่งการเล่าเรื่อง. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้ง.

สุกัญญา สมไพบูลย์. (2551). รายงานการวิจัย การสังเคราะห์องค์ความรู้สื่อสารการแสดงประเภทสื่อพื้นบ้าน. คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Barthes, R. (1967). Elements of Semiology. London : Jonathan Cape.

Bourdieu, P. (1986). The Forms of Capital. In J. Richardson (Ed.), Handbook of Theory and Research for the Sociology of Education (pp. 241-258). New York: Greenwood Press.

Hall, S. (1997). Representation: Cultural Representations and Signifying Practices. London : SAGE Publications.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-19