“อาหารหรือขยะ?”: การสื่อสารกับการจัดการขยะจากอาหารในสังคมไทย
คำสำคัญ:
ขยะจากอาหาร, การจัดการขยะจากอาหาร, อาหารส่วนเกิน, การสื่อสารเพื่อการจัดการขยะจากอาหาร, การสื่อสารความหมายขยะจากอาหารบทคัดย่อ
งานวิจัย “ขยะหรืออาหาร?”: การสื่อสารกับการสร้างความหมายขยะจากอาหารในสังคมไทย มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาพัฒนาการและสำนึกในการจัดการขยะจากอาหารในสังคมไทย (2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ก่อให้เกิดจิตสำนึกในเรื่องการจัดการขยะจากอาหารในยุคปัจจุบัน และ (3) เพื่อศึกษาการสื่อสารเพื่อการต่อสู้ ต่อรอง และการจัดการขยะจากอาหารของชนชั้นกลางไทย โดยใช้การวิเคราะห์บริบททางประวัติศาสตร์ (historical context) ที่เกี่ยวข้องกับขยะจากอาหาร วิเคราะห์เนื้อหารายการทางโทรทัศน์ กิน อยู่ คือ ทั้งหมด 9 ตอน วิเคราะห์สื่อของมูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ และการสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มตัวอย่างภาคครัวเรือนทั้งหมด 6 คน
ผลการวิจัยพบว่า พัฒนาการการเกิดขึ้นของปัญหาขยะจากอาหารและการสื่อสารเพื่อการจัดการขยะจากอาหาร สามารถแบ่งได้เป็น 5 ยุค ได้แก่ ยุคที่ 1 ยุคอดีตถึงยุคก่อนรัชกาลที่ 5 เป็นยุคที่สังคมไทยไม่ได้เกิดปัญหาจากขยะจากอาหารด้วยระบบการผลิตอาหารเป็นลักษณะพอเพียง และเน้นเรื่องการป้องกันไม่ให้เกิดขยะจากอาหารในทุกขั้นตอนของระบบอาหารของมนุษย์ ตั้งแต่ขั้นผลิตไปจนถึงการบริโภค ยุคที่ 2 ยุครัชกาลที่ 5 ถึงก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี พ.ศ. 2475 ในยุคนี้แม้ว่าจะปรากฏการแลกเปลี่ยนซื้อขายอาหารผ่านตลาดสด แต่ยังสามารถจัดการกับขยะจากอาหารที่ยังเน้นการป้องกันไม่ให้เกิดขยะจากอาหาร ผ่านกลไกตลาดสดที่นำผลผลิตไปจำหน่าย ยุคที่ 3 ยุคสร้างชาติ (หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475) เป็นยุคที่วิถีการผลิตที่เริ่มปรับเปลี่ยนไปเป็นการผลิตแบบอุตสาหกรรม โดยผู้ผลิตอาหารและผู้บริโภคเริ่มแยกออกจากกัน แต่ขยะจากอาหารยังไม่ได้เป็นปัญหา เนื่องจากยังเป็นยุคเริ่มต้นของการผลิตอาหารแบบอุตสาหกรรม ยุคที่ 4 ยุคขับเคลื่อนและพัฒนาชาติ (แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1) เป็นยุคที่มีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อเข้าสู่ “ทุนนิยมเอกชน” อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะสื่อมวลชนที่เข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมให้เกิดการบริโภคแบบทุนนิยมที่กระตุ้นความอยากของผู้บริโภคอย่างไร้ขีดจำกัด ยุคนี้จึงเป็นยุคเริ่มต้นปัญหาขยะจากอาหารในสังคมไทย และยุคที่ 5 ยุคความมั่นคงทางอาหาร (หลังปี พ.ศ. 2540-ปัจจุบัน): การสร้างสำนึกรักษ์โลกและความยั่งยืน ยุคที่เผชิญกับปัญหาเรื่องขยะจากอาหารและสิ่งแวดล้อม และเป็นยุคที่ย้อนกลับมาทบทวนปัญหาและแสวงหาทางออก โดยการบริโภคควบคู่กับการตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่ามากยิ่งขึ้น
ผลการวิจัยยังพบว่า ปัญหาขยะจากอาหารในยุคปัจจุบันเกิดจากระบบการผลิตและการบริโภคที่มีลักษณะเป็นอุตสาหกรรม โดยมีปัจจัยหนุนเสริม คือ กลไกทางการตลาดในระบบทุนนิยมนั้นสร้างขยะในทุกขั้นตอนของระบบอาหารมนุษย์ ตั้งแต่การผลิต การแพร่กระจาย การจัดเตรียม การบริโภค และการขจัดของเสีย ยุคปัจจุบันเกิดปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้สังคมไทยตื่นตัว ทั้งแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน (sustainable development goals-SDGs) แนวคิดความมั่นคงทางอาหาร (food security) นโยบายระหว่างประเทศและภายในประเทศที่ทั้งกดดันและทำให้เกิดการตระหนัก จนนำไปสู่ภาคปฏิบัติในการจัดการขยะจากอาหาร
งานวิจัยยังได้ค้นพบปัจจัยที่นำไปสู่ภาคปฏิบัติการ (practice) ในการจัดการขยะจากอาหารของกรณีศึกษา 3 กรณีศึกษา ได้แก่ รายการอาหาร กิน อยู่ คือ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ และผู้บริโภคครัวเรือน ในการจัดการขยะจากอาหารที่ประกอบไปด้วยจิตสำนึก ชุดความรู้ และภาคปฏิบัติการ (practice) บนทางเลือกที่มีอยู่และทำงานไปพร้อมๆ กัน โดยมีการผสมผสานทุน (capital) ทั้งทุนวัฒนธรรม ทุนความรู้ ทุนเศรษฐกิจ ทุนสังคม และทุนสัญลักษณ์ เข้ามาเป็นแรงหนุนเสริมจึงจะทำให้เกิดภาคปฏิบัติการนี้ได้

