การสื่อสารความหมายเชิงสัญญะว่าด้วยปรัชญา “จิตนิยม” และ “สัจนิยม” ผ่านวิถีเกษตรในภาพยนตร์ไทยเรื่อง วิมานหนาม
คำสำคัญ:
สัญญะ, วิถีเกษตร, จิตนิยม, สัจนิยม, วิมานหนามบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการสื่อสารความหมายเชิงสัญญะว่าด้วยปรัชญา “จิตนิยม” และ “สัจนิยม” ผ่านวิถีเกษตรในภาพยนตร์ไทยเรื่อง วิมานหนาม เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยระเบียบวิธีวิจัยแบบการวิเคราะห์ตัวบท (textual analysis) วิถีเกษตรของตัวละครจากภาพยนตร์ในฐานะที่เป็นสัญญะ ซึ่งนักวิจัยเลือกสัญญะที่ต้องการค้นหาความหมายเป็นสัญญะที่ว่าด้วยปรัชญา “จิตนิยม” และ “สัจนิยม” ที่ปรากฏในภาพยนตร์มาทำการวิเคราะห์โดยแบ่งออกเป็นสองขั้วตรงข้าม (binary oppositions) และทำการวิเคราะห์เพื่อหาความหมายโดยอรรถและความหมายโดยนัยผ่านเนื้อหาที่ปรากฏในภาพยนตร์ซึ่งดำเนินเรื่องผ่านชุมชนเกษตรกรรมตลอดทั้งเรื่อง โดยทำการวิเคราะห์จาก (1) แก่นเรื่อง (2) องค์ประกอบของเนื้อหาสารที่ปรากฏในภาพยนตร์ จำเพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปรัชญา “จิตนิยม” และ “สัจนิยม” และทำการวิเคราะห์เชื่อมโยงกับบริบททางสังคมในช่วงเวลาที่ภาพยนตร์กล่าวถึงและทำการออกฉาย
ผลการวิจัยพบว่า ความหมายเชิงสัญญะว่าด้วยปรัชญาการใช้ชีวิตตามแนวจิตนิยมและสัจนิยมถูกนำเสนอเป็นแก่นของเรื่องผ่านวิธีการเล่าเรื่องแบบคู่ตรงข้าม (binary oppositions) ระหว่างตัวละครที่มีวิธีคิดโน้มเอียงไปทางจิตนิยมและสัจนิยม โดยนำเสนอผ่านองค์ประกอบของเนื้อหาสารอันประกอบด้วยฉาก บทพูดที่สะท้อนชุดความคิดของตัวละคร พฤติกรรมของตัวละคร และเพลงประกอบภาพยนตร์ โดยเปรียบเทียบผ่านวิถีเกษตรแบบดั้งเดิมและเกษตรสมัยใหม่ระหว่างการทำแปลงกะหล่ำปลีและสวนทุเรียน โดยความหมายเชิงสัญญะว่าด้วยปรัชญาจิตนิยมถูกสื่อสารผ่านการทำการเกษตรแบบดั้งเดิม ความเชื่อเรื่องสิ่งเหนือธรรมชาติ ความเชื่อเรื่องผี พระ เทพเจ้าและเทวดา คำอวยพร คำสาปแช่ง ความเชื่อเรื่องบาปกรรม บุญวาสนา ชาติภพ พิธีกรรมทางศาสนา พิธีกรรมชาติพันธุ์ และวิถีเกษตรที่เคารพนอบน้อมต่อธรรมชาติ ในขณะที่ความหมายเชิงสัญญะว่าด้วยปรัชญาสัจนิยมถูกสื่อสารผ่านวิถีเกษตรสมัยใหม่โดยคนรุ่นใหม่ (young smart farmer) การใช้ชีวิตบนข้อเท็จจริงและเหตุผล ความเชื่อในการกระทำที่เกิดขึ้นจากตนเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์แห่งชีวิตที่ตนเองได้เลือกสรร การใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรเพื่อจัดสรรธรรมชาติ และวิถีเกษตรที่ไม่ยอมจำนนต่อธรรมชาติ โดยกลุ่มตัวละครทั้งสองฝ่ายมีพฤติกรรมผสมผสานระหว่างภาวะจารีตนิยมและภาวะสมัยใหม่อันเป็นหนึ่งในคุณลักษณะของปรัชญาจิตนิยมและสัจนิยมตามลำดับ รวมทั้งสามารถวิเคราะห์ได้ว่า ตัวบทดังกล่าวเป็นสัญญะสื่อความหมายโดยนัยลำดับที่สองว่าด้วยการปะทะทางความคิดของคนในสังคมไทยปัจจุบันที่มีลักษณะเข้าข่ายเป็น “ภาวะกำกวม” ระหว่างวิถีชีวิตตามแนวทางจารีตนิยมและแนวทางสมัยใหม่

