การบูรณาการหลักพุทธธรรมกับแนวคิดทางรัฐประศาสนศาสตร์เพื่อทางออกวิกฤตข้าราชการหมดไฟ
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหลักธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ได้รับคำยกย่องว่า ท่านคือพระบรมครูของมนุษย์โลกผู้ค้นคว้าวิชาพ้นทุกข์ และทบทวนทฤษฎีองค์การ แนวคิดการจัดการภาครัฐแนวใหม่ เพื่อนำไปสู่การสังเคราะห์หาทางออกวิกฤตข้าราชการหมดไฟ และจัดทำข้อเสนอให้แก่ผู้ที่สนใจ ดังนั้นการบูรณาการร่วมกันระหว่างหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนากับรัฐประศาสนศาสตร์ของนักวิชาการทั่วโลก มุ่งเน้นที่จะสร้างแรงจูงใจให้ข้าราชการให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมมากกว่าผู้บังคับบัญชา การให้ข้าราชการตระหนักถึงคุณค่าของตนเองและงานมากขึ้น รวมถึงได้เห็นความสำคัญของอาชีพข้าราชการในการได้รับใช้สังคมมากกว่าการเป็นผู้กำกับทิศทาง โดยมุ่งเน้นผลประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก สิ่งนี้จะทำให้ข้าราชการสามารถลดปัญหาภาวะหมดไฟในการทำงานลงได้ ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการขาดการบริหารจัดการและการตัดสินใจที่ดี อยู่ในสิ่งแวดล้อมหรือสภาพการทำงานที่มีความกดดันความเครียดและขาดความชัดเจนในภาระงาน หากเราเข้าใจต้นเหตุของปัญหา จะสามารถแสวงหาช่องทางแก้ไขได้ โดยการนำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้ามาบูรณาการแก้ปัญหา ซึ่งพระพุทธองค์ได้ทรงวางหลักการในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เอาไว้โดยทรงมุ่งเน้นการพัฒนาที่จิตใจเป็นสำคัญ เพราะเมื่อคนมีจิตใจสูง ย่อมจะนำความสุขมาให้แก่ตนเองแก่ผู้อื่นและสังคม และสร้างความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานและการดำเนินชีวิต
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร มจร ปรัชญาปริทรรศน์
ข้อความในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ และข้อคิดเห็นนั้นไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสาร มจร ปรัชญาปริทรรศน์
เอกสารอ้างอิง
เจนเนตร มณีนาค. (2564). พัฒนาการรัฐประศาสนศาสตร์และการบริการสาธารณะแนวใหม่ (New Public Service: NPS) กับการบริหารสถานการณ์โควิด-19 ของรัฐบาลไทย. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 11(3), หน้า 189-192.
ทัศนีย์ เลื่อมสะอาด. (2553). แรงจูงใจในการทำงานของพนักงานโรงงานอุตสาหกรรมผลไม้กระป๋องสยาม 1988 (จำกัด) [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร].
ธีรพล ศรีเป๊ะบัว. (2567). สุขด้วยธรรม “อิทธิบาท 4” ธรรมแห่งความสำเร็จของงาน. สืบค้นเมื่อ 13 ธันวาคม 2567, จาก https://news.stou.ac.th/2023/01/06/tham
พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ). (2549). การงานที่เป็นสุข. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ธรรมสภา.
พระธีรวัต คะนึงทรัพย์. (2560). การประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท 4 ของบุคลากรเพื่อการบริหารจัดกาองค์การบริหารส่วนตำบล ในอำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก. วารสารอารยธรรมศึกษาโขฃงสาระวิน วิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 8(2), sหน้า 126-128.
พระราชปัญญากวี (สุบิน เขมิโย). (2528). ประมวลบทพระธรรมเทศนา. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์กรมศาสนา.
พุทธทาสภิกขุ. (2537). การทำงานที่เป็นสุข. กรุงเทพมหานคร: ธรรมสภา.
อรพินทร์ ชูชม. (2555). แรงจูงใจในการทำงาน: ทฤษฎีและการประยุกต์. วารสารจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต, 2(2), หน้า 52-61.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2562). หมดไฟ ภาวะคุกคามคุณภาพชีวิต. สืบค้นเมื่อ13 ธันวาคม 2567, จาก https://www.thaihealth.or.th
สุขภิชัย คณะช่าง. (2567). 5 เคล็ดลับบูทแรงจูงใจในการทำงานให้ตนเอง ฮึบไหว…! ไปต่อ…!. สืบค้นเมื่อ18 ธันวาคม 2567, จาก https://brightsidepeople.com
องค์การอนามัยโลก. (2565). อนามัยโลกประกาศบัญชีจำแนกโรคฉบับใหม่ ICD-11 ให้มีผลบังคับใช้ปี 2565. สืบค้นเมื่อ 15 ธันวาคม 2567, จาก https://www.who.int
อลงกต วรกี. (2560). การสังเคราะห์แนวคิดการบริการสาธารณะแนวใหม่ที่เหมาะสมกับสังคมไทย. Journal of Pacific Institute of Management Science, 4(1), 1-15.
Denhardt, R. B., & Denhardt, J. V. (2003). The new public service: Serving, not steering. New York, NY: M.E. Sharpe.