พุทธานุสสติ: เทคนิคการสร้างแรงจูงใจและยกระดับสุขภาพจิตในมุมมองจิตวิทยาสมัยใหม่
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์เชิงบูรณาการระหว่างหลักการพุทธานุสสติในพระพุทธศาสนาและทฤษฎีจิตวิทยาสมัยใหม่ เพื่อนำเสนอพุทธานุสสติในฐานะเทคนิคที่สามารถสร้างแรงจูงใจภายใน และยกระดับสุขภาวะจิตที่ดี บทความเริ่มต้นด้วยการชี้ให้เห็นถึงวิกฤตความเครียดและการขาดแรงจูงใจที่ยั่งยืน โดยอ้างอิงข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ซึ่งแสดงถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการแสวงหาวิธีการจัดการความทุกข์จากภายใน ผลการวิเคราะห์เชิงแนวคิดพบว่า พุทธานุสสติ ซึ่งในพระไตรปิฎกระบุว่าเป็นการเจริญสติด้วยการระลึกถึงพุทธคุณ 9 ประการในหมวดอนุสติ 10 โดยกำหนดพุทธคุณเป็นอารมณ์กรรมฐานหรือสวดระลึกและพิจารณาคุณของพระองค์ในใจเพื่อทำจิตให้สงบและมั่นคง เช่น ในจันทิมสูตรที่จันทิมเทวบุตรเมื่อเกิดความกลัวได้ระลึกถึงพระพุทธเจ้าและกล่าวคำขอถึงพระองค์เป็นที่พึ่งจิตจึงกลับมาสงบ แสดงให้เห็นรูปแบบการปฏิบัติพุทธานุสติในสถานการณ์จริง สามารถตีความในเชิงจิตวิทยาสมัยใหม่ว่าเป็นกระบวนการสร้างอุดมคติภายในและการปรับโครงสร้างความคิดเชิงบวก ซึ่งตอบสนองต่อความต้องการพื้นฐานตามทฤษฎี Self-Determination Theory (SDT) จึงทำให้พุทธานุสสติเป็นเทคนิคที่ส่งเสริมแรงจูงใจภายใน กำลังใจ ความหวัง และความหมายในชีวิต อันเป็นพื้นฐานของสุขภาวะจิตที่ยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร มจร ปรัชญาปริทรรศน์
ข้อความในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ และข้อคิดเห็นนั้นไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสาร มจร ปรัชญาปริทรรศน์
เอกสารอ้างอิง
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2560). อรรถกถาพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สมภาร พรมทา.(2548). พุทธปรัชญา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: ศยาม.
อภิชัย พันธเสน. (2547). พุทธเศรษฐศาสตร์: วิวัฒนาการ ทฤษฎี และการประยุกต์กับเศรษฐศาสตร์สาขาต่างๆ. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร : อมรินทร์.
Dolcos, F., Hohl, K., Hu, Y., Iordan, A. D., Moore, M., & Dolcos, S. (2021). Religiosity, emotion regulation, and resilience. Journal of Religion and Health, 60.
Higgins, E. T. (1987). Self-discrepancy: A theory relating self and affect. Psychological Review, 94(3).
Narumon Jiwattanasuk. (2024). Gratitude to the Buddha: The Case Study of BuddhamahamettaFoundation. The Journal of Sirindhornparithat, 25(1).
Peter Harvey. (2000). An Introduction to Buddhist Ethics. Cambridge: Cambridge University Press.
Ryan, R. M., & Deci, E. L. (2000). Self-determination theory and the facilitation of intrinsic motivation, social development, and well-being. American
Psychologist, 55(1).
World Health Organization (WHO). (2565). World mental health report: Transforming mentalhealth for all. Geneva: World Health Organization. Retrieved from https://www.google.com/search?q=https://www.who.int/publications/i/item/9789240049336
World Health Organization (WHO) Thailand. (2568). Mental Health and Social Connection in Thailand. Retrieved from https://www.who.int/thailand/news/featurestories/detail/mental-health-and-social-connection-in-thailand
Seligman, M. E. P. (2011). Flourish: A visionary new understanding of happiness and well-being.Free Press.
Whisman, M. A. (2008). Adapting cognitive therapy for depression: Managing complexityand comorbidity. Guilford Press.