การพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบเพื่อส่งเสริมทักษะสมองสำหรับเด็กในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการบริหารงานโรงเรียนพัฒนาทั้งระบบเพื่อส่งเสริมทักษะสมองสำหรับเด็กในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา 2) สร้างแนวทางการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบเพื่อส่งเสริมทักษะสมองสำหรับเด็กในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา 3) ศึกษาผลการทดลองใช้แนวทางการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบเพื่อส่งเสริมทักษะสมองสำหรับเด็กในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา และ 4) ประเมินผลแนวทางการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบเพื่อส่งเสริมทักษะสมองสำหรับเด็กในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารและครูโรงเรียนขยายโอกาสที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง จำนวน 375 คน ดำเนินการวิจัยโดยใช้กระบวนการวิจัยวิจัยเชิงปฏิบัติการ PAOR มาใช้พัฒนาผู้บริหารและครูโรงเรียนสวนป่าแม่กะสี จำนวน 2 วงรอบ ผลการวิจัย พบว่า 1) สภาพการปฏิบัติงานโรงเรียนทั้งระบบเพื่อส่งเสริมทักษะสมองสำหรับเด็กในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.37, S.D. = 0.45) 2) แนวทางการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบเพื่อส่งเสริมทักษะสมองสำหรับเด็กในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ประกอบด้วย 5 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 หลักการของแนวทาง ส่วนที่ 2 วัตถุประสงค์ของแนวทางการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ ส่วนที่ 3 องค์ประกอบการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบเพื่อส่งเสริมทักษะสมองสำหรับเด็กในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ส่วนที่ 4 การวัด และประเมินผลทักษะสมองสำหรับเด็กในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ส่วนที่ 5 เงื่อนไขความสำเร็จ 3) ผลการทดลองใช้แนวการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบเพื่อส่งเสริมทักษะสมองสำหรับเด็กในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ด้วยการวิจัยเชิงปฏิบัติการ พบว่า นักเรียนทุกระดับชั้นมีพัฒนาการทางด้านทักษะสมองในวิจัยเชิงปฏิบัติการวงรอบที่ 2 สูงขึ้นกว่าวิจัยเชิงปฏิบัติการวงรอบที่ 1 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 4) แนวทางการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบเพื่อส่งเสริมทักษะสมองสำหรับเด็กในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ในภาพรวมมีความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ อยู่ในระดับมาก และมีความเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจยวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจยวิชาการก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2563). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช 2542. เข้าถึงได้จาก https://www.moe.go.th/พรบ-การศึกษาแห่งชาติ-พ-ศ-2542/
ขวัญฟ้า รังสิยานนท์ และคณะ. (2562). การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างทักษะสมอง-อีเอฟ สำหรับเด็กปฐมวัย โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม ในโรงเรียนเครือข่าย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต. (รายงานการวิจัย). สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) : มหาวิทยาลัยสวนดุสิต.
คันธรส ภาผล. (2563). ผลการจัดกิจกรรมนิทานหุ่นเงาที่ส่งผลต่อส่งเสริมการคิดเชิงบริหารสมองสำหรับเด็กปฐมวัย. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลอลงกรณในพระบรมราชูปถัมภ์, 14(1), 100-113.
โครงการรุ่งอรุณ. (2554). การพัฒนาการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ : สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย.
นพรดา คำชื่นวงศ์. (2563). สถานการณ์ปัญหาเด็กและความเปราะบาง – เรารู้อะไรและยังไม่รู้อะไร?. เข้าถึงได้จาก https://researchcafe.tsri.or.th/synthesis-of-knowledge-on-social-protections-for-children/
นวลจันทร์ จุทาภักดีกุล. (2560). การพัฒนาและหาค่าเกณฑ์มาตรฐานเครื่องมือประเมินการคิดเชิงบริหารในเด็กปฐมวัย. (รายงานการวิจัย). สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สรวส.) : ศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล, มหาวิทยาลัยมหิดล.
ศักดิ์ชัย ใจซื่อตรง. (2561). การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์ศิลปะที่ส่งเสริมทักษะการจัดการสมอง (EF) สำหรับเด็กปฐมวัย. (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการวิจัยและพัฒนาหลักสูตร). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี พ.ศ.2561-2580. เข้าถึงได้จาก https://www.nesdc.go.th/download / document/SAC/NS_SumPlanOct2018.pdf
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ : สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา.
อรรถพงษ์ อินต๊ะวงศ์. (2564). รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงโรงเรียนทั้งระบบ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยนเรศวร.
Leger, St., L., & Young, I. M. (2009). Creating the healthy school: A whole school approach to health education. Health Education, 109(4), 261–277.
Lewin, K. (1951). Field. Theory and LeaningW Ind. Cratwright Field Thory in Social Science : Selected Theortical. New York : Harper & Row.