การพัฒนาหลักสูตรส่งเสริมสมรรถนะการตัดสินกีฬาบาสเกตบอลตามแนวคิดการสอนแบบเน้นประสบการณ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสมรรถนะการตัดสินและแนวทางการพัฒนาหลักสูตร 2) พัฒนาหลักสูตร 3) ทดลองใช้หลักสูตร และ 4) ประเมินผลหลักสูตรส่งเสริมสมรรถนะการตัดสินกีฬาบาสเกตบอล เป็นการวิจัยและพัฒนา ขั้นที่ 1 การศึกษาสมรรถนะการตัดสินใช้แบบสอบถามสมรรถนะการตัดสินกีฬาบาสเกตบอล มีค่าดัชนีความสอดคล้อง = 0.93 ค่าความเชื่อมั่น = 0.96 กลุ่มตัวอย่างที่สุ่มแบบเจาะจง จำนวน 320 คน และผู้ทรงคุณวุฒิเลือกแบบเจาะจง จำนวน 7 คน ขั้นที่ 2 การสร้างและตรวจสอบคุณภาพของหลักสูตร ใช้แบบตรวจสอบความเหมาะสม และแบบประเมินความสอดคล้อง ขั้นที่ 3 การทดลองใช้หลักสูตรกับผู้ตัดสินกีฬาบาสเกตบอลของสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย จำนวน 30 คน เลือกแบบเจาะจงจากผู้ที่สมัครใจ ใช้แบบแผนการวิจัยแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังการทดลอง เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบวัดความรู้การตัดสิน และแบบประเมินสมรรถนะการตัดสิน สถิติที่ใช้ คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที และขั้นที่ 4 การประเมินผลการใช้หลักสูตรกับกลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มเดียวกับขั้นตอนที่ 3 ใช้แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ คือ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่า 1) สมรรถนะการตัดสินของผู้ตัดสินกีฬาบาสเกตบอล 6 ด้านภาพรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยรวม = 4.07 และแนวทางการพัฒนาหลักสูตร พบว่า ผู้ตัดสินจะต้องมีวิธีการฝึกส่วนบุคคล ทักษะการสื่อสาร การเป็นผู้นำและการทำงานเป็นทีม การฝึกพัฒนาสมรรถภาพทางกาย การฝึกจิตใจ การพัฒนาด้านบุคลิกภาพที่ดี ด้วยการจัดฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้ตัดสินโดยการฝึกปฏิบัติผ่านประสบการณ์ 2) หลักสูตร ประกอบด้วย หลักการ จุดมุ่งหมาย โครงสร้างและเนื้อหา แนวทางการจัดกิจกรรม สื่อการเรียนรู้ และการวัดและประเมินผล พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย = 4.60 และมีความสอดคล้องกันทุกองค์ประกอบ 3) ผลการทดลองใช้หลักสูตร พบว่า คะแนนความรู้หลังการพัฒนาสูงกว่าก่อนพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 4) ผลการประเมินความพึงพอใจภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย = 4.61
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจยวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจยวิชาการก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กิจจาณัฏฐ์ เฉลิมเกียรติศรีนวลสกุล. (2566). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมครูตามทฤษฎีการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการนำหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานสู่ การปฏิบัติของครูโรงเรียนเอกชน. (วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยนเรศวร.
กิตติคม คาวีรัตน์. (2553). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ. (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรการสอน). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ณัฐพงศ์ จรทะผา. (2561). การพัฒนาตัวชี้วัดสมรรถนะของผู้ตัดสินบาสเกตบอล. (ปริญญานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
พิศาล เครือลิต. (2565). การพัฒนาหลักสูตรเสริมสร้างคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียง ตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. (วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยนเรศวร.
สุริยัน สมพงษ์ และคมกฤช รัตตะมณี. (2563). การพัฒนาบุคลากรทางการกีฬาบนพื้นฐาน สมรรถนะ กรณีศึกษาเจ้าหน้าที่กองอำนวยการนักกีฬาไทยในการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ. วารสารวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ, 21(3), 309-404.
อรรถพล ยรรยงเสวี. (2561). รูปแบบการพัฒนาผู้ตัดสินฟุตซอลไทยสู่การเป็นผู้ตัดสินฟุตซอลระดับ นานาชาติ (FIFA). วารสารวิชาการหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 10(28), 43-56.
อารีย์ ศรีสุกอง. (2561). ผลการจัดการเรียนรู้แบบประสบการณ์ที่มีตต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องความน่าจะเป็นสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. (สารนิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยนเรศวร.
Candra, O., Dupri. & Prasetyo, T. (2021). The understanding of referees and coaches of basketball game rules. Journal Sport Area, 6(3), 325-334.
Chen, L., Samhito, S. & Vilasthip, M. (2024). Factors Influencing Optimization Basketball Referee Management in Hunan Province China. The Seybold Report Journal (TSRJ), 19(9), 238-243.
Dosseville, F., Laborde, S. & Raab, M. (2011). Contextual and personal motor experience effects in judo referees’ decisions. The Sport Psychologist, 25(1), 67-81.
García-Santos, D., Gómez-Ruano, M.A., Vaquera, A. & Ibáñez, S.J. (2020). Systematic review of basketball referees’ performances. International Journal of Performance Analysis in Sport, 20(3), 495-533.
Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Englewood Cliff. New Jersey : Pretice-Hall.
Pratama, R., Wismanadi, H. & Tuasikal, A. R. S. (2019). Development Time Signal Violation Learning Video for Basic Basketball Referee. Budapest International Research and Critics in Linguistics and Education (BirLE) Journal, 2(4), 622-633.
Šmíd, P. & Horička, P. (2013). Vývojové trendy v rozhodování basketbalu žen. In Optimální působení tělesné zátěže 2013 (pp. 279-286). Hradec Králové : Pedagogická fakulta UHK.
Sors, F., Tomé Lourido, D., Parisi, V., Santoro, I., Galmonte, A., Agostini, T., & Murgia, M. (2019) Pressing Crowd Noise Impairs the Ability of Anxious Basketball Referees to Discriminate Fouls. a section of the journal Frontiers in Psychology, 10, 1-7.
Taba, H. (1962). Curriculum Development: Theory and Practice. New York : Harcourt, Brace and World Inc.
Wang, S-W. & Hsieh, W-W. (2016). Performance Analysis of Basketball Referees by Machine Learning Techniques. In Proceedings of the 4th International Congress on Sport Sciences Research and Technology Support.