ภาวะผู้นำทางการเมืองเชิงพุทธเพื่อการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดพิษณุโลก
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีของผู้บริหารอปท.ในจังหวัดพิษณุโลก 2) วิเคราะห์ภาวะผู้นำทางการเมืองเพื่อการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีของผู้บริหารอปท. และ 3) นำเสนอภาวะผู้นำทางการเมืองเชิงพุทธเพื่อการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีของผู้บริหารอปท. เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี การวิชัยเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญแบบเจาะจง จำนวน 20 คน และการสนทนากลุ่มเฉพาะ จำนวน 11 คน การวิจัยเชิงปริมาณ ประชากรที่ศึกษาได้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามฐานข้อมูลของสกต.จ.พิษณุโลก จำนวน 671,170 คน คน คำนวณขนาดตัวอย่างด้วยสูตรของ ทาโร ยามาเน ได้จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.989 สถิติที่ใช้ ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่า 1) ระดับการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีของผู้บริหารอปท. พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.93, S.D.= 0.75) และผลการสัมภาษณ์ พบว่า ผู้บริหารอปท. เป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี เป็นนักบริหารมืออาชีพ ยึดหลักประชาธิปไตย และสามารถปรับบทบาทตามสถานการณ์เพื่อแก้ปัญหาและตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ 2) ระดับภาวะผู้นำทางการเมืองเพื่อการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีของผู้บริหารอปท. พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (
=3.90, S.D.=0.77) และผลการสัมภาษณ์ พบว่า ผู้บริหารมีการปฏิบัติงานตามกฎหมาย ซื่อสัตย์ เปิดเผย ตรวจสอบได้ เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม รับผิดชอบต่อหน้าที่ และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน และ3) ข้อเสนอภาวะผู้นำทางการเมืองเชิงพุทธเพื่อการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีของผู้บริหารอปท. พบว่า ระดับข้อเสนอภาวะผู้นำทางการเมืองเชิงพุทธเพื่อการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีของผู้บริหาร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (
= 3.93, S.D.=0.72) และ ผู้บริหาร อปท. ควรบูรณาการหลัก
อปริหานิยธรรม 7 เข้ากับการบริหารงานจริง ผ่านการประชุมอย่างมีส่วนร่วม การเคารพกฎระเบียบ การใช้อำนาจด้วยคุณธรรม และการเป็นแบบอย่างที่ดีทางจริยธรรม ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความศรัทธา ความไว้วางใจ และความผาสุกอย่างยั่งยืนของประชาชนในท้องถิ่น
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจยวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจยวิชาการก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กุลิสรา จำปาหอม. (2566). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ในการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดระนอง. (วิทยานิพนธรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารรัฐกิจ). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
เฉลิมชัย ต้นเกตุ และคณะ. (2568). ภาวะผู้นําการเปลี่ยนแปลงและการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลที่ส่งผลต่อการพัฒนาท้องถิ่นของเทศบาลตําบล ในจังหวัดสระบุรี. วารสารสังคมพัฒนศาสตร์, 8(11), 46-58.
ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์. (2545). ปัญหาการเมืองไทยในปัจจุบัน. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ปธาน สุวรรณมงคล. (2554). การเมืองท้องถิ่น : การเมืองของใครโดยใครเพื่อใคร. กรุงเทพฯ : จตุพรดีไซด์.
พระมหาโสภณ กิตฺติโสภโณ. (2562). การประยุกต์ใช้หลักอปริหานิยธรรมในการบริหารขององค์การบริหารส่วนตําบลโคกมน อําเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 2(1), 22-31.
ไพบูลย์ สุขเจตนี. (2563). การพัฒนาความไว้วางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีต่อนักการเมืองระดับท้องถิ่นในจังหวัดนนทบุรี. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 7(10), 235-247.
ลิขิต ธีรเวคิน. (2545). การเมืองการปกครองไทย. (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
เวธิกา แดงเรือง. (2560). การบริหารงานตามหลักอปริหานิยธรรมของเทศบาลตำบลหนองผึ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่. (วิทยานิพนธ์รัฐประศาสตร์มหาบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สรรพสิทธิ์ ชมภูนุช และกัมปนาท วงษ์วัฒนพงษ์. (2564). การทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: เงื่อนไขและการป้องกัน. Journal of Roi Kaensarn Academi, 6(10), 423-440.
Likert, R. (1970). The Method of Constructing and Attitude Scale. Reading in Attitude Theory and Measurement. Fishbeic, Matin, Ed. New York: Wiley & Son.
Moore, M. (1993). Globalization and Social Change. New York: Elsevier.
Nguyen, T. T., Nguyen, P. N., & Hoai, T. T. (2021). Ethical leadership, corporate social responsibility, firm reputation, and firm performance: A serial mediation model. Heliyon, 7(4), e06809.https://doi.org/10.1016/j.heliyon.2021.e06809
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis. (3rd ed.). New York: Harper & Row.