การพัฒนาระบบวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนทางคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาแบบสอบวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในวิชาคณิตศาสตร์ 2) พัฒนาระบบวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในวิชาคณิตศาสตร์ และ 3) ตรวจสอบคุณภาพระบบวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในวิชาคณิตศาสตร์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 305 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบสอบวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนสามระดับ และแบบประเมินความพึงพอใจต่อระบบสอบวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อน สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของคราเมอร์วี ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาค ผลการวิจัย พบว่า 1) ผลการพัฒนาแบบสอบวินิจฉัยสามระดับสำหรับมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องความสัมพันธ์และฟังก์ชัน จำนวน 40 ข้อ มีลักษณะของแบบสอบวินิจฉัยสามระดับในแต่ละข้อคำถาม ประกอบด้วยคำถาม 3 ส่วน คือ ระดับแรกหรือระดับเนื้อหา ระดับสองหรือระดับเหตุผล และระดับสามหรือระดับความมั่นใจ ผลการวินิจฉัยประกอบด้วย 8 ลักษณะ 2) ผลการพัฒนาระบบวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในวิชาคณิตศาสตร์ พบว่า การออกแบบระบบวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อน มีขั้นตอนทั้งสิ้น 4 ขั้นตอน ดังนี้ (1) การออกแบบระบบการลงทะเบียน (2) การออกแบบลำดับของการแสดงข้อสอบและข้อมูลย้อนกลับ (3) การออกแบบหน้าจอของระบบ (4) การออกแบบรายงานผลการทดสอบ และ 3) ผลการตรวจสอบคุณภาพระบบวินิจฉัยมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในวิชาคณิตศาสตร์ พบว่า ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่าระบบมีความเหมาะสม สำหรับรายการที่นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุด คือ ระบบใช้งานง่ายทำงานไปข้างหน้าอย่างราบรื่น
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจยวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจยวิชาการก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กิดานันท์ มลิทอง. (2548 ). เทคโนโลยีและการสื่อสารเพื่อการศึกษา. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์อรุณการพิมพ์.
กิตติศักดิ์ ณ พัทลุง. (2545). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่อง เครื่องผสมสัญญาณเสียงระบบดิจิตอล. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
โชติกา ภาษีผล, ประกอบ กรณีกิจ และพิทักษ์ โสตถยาคม. (2558). การพัฒนารูปแบบแฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์ที่สะท้อนข้อมูลย้อนกลับในการประเมินพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารวิธีวิทยาการวิจัย, 28(1), 1-25.
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2555). ทฤษฎีการทดสอบแนวใหม่. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2555). ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์. กรุงเทพฯ : 3-คิว มีเดีย.
Adodo, S. O. (2013). Effects of two-tier multiple choice diagnostic assessment items on students’ learning outcome in basic science technology (BST). Academic Journal of Interdisciplinary Studies, 2(2), 201-210.
Andariana, A., Zubaidah, S., Mahanal, S. & Suarsini, E. (2020). Identification of biology students’ misconceptions in human anatomy and physiology course through three-tier diagnostic test. Journal for the Education of Gifted Young Scientists, 8(3), 1071-1085.
Bauer, E., Fischer, F., Kiesewetter, J., Shaffer, D. W., Fischer, M. R., Zottmann, J. M. & Sailer, M. (2020). Diagnostic activities and diagnostic practices in medical education and teacher education: an interdisciplinary comparison. Frontiers in psychology, 11(562665), 1-9.
Caleon, I. & Subramaniam, R. (2010). Development and application of a three-tier diagnostic test to assess secondary students’ understanding of waves. International Journal of Science Education, 32(7), 939-961.
Fadzil, H. M., Saat, R. M., & Rafi, A. (2022). Development of Technology-Enhanced Three-Tier Diagnostic Test to Assess Pre-university Students’ Understanding of Scientific Concepts. In Alternative Assessments in Malaysian Higher Education (pp. 285-292). Singapore : Springer.
Haughney, K., Wakeman, S., & Hart, L. (2020). Quality of feedback in higher education: A review of literature. Education Sciences, 10(3), 60.
Henderson, M., Ajjawi, R., Boud, D., & Molloy, E. (Eds.). (2019). The Impact of Feedback in Higher Education: Improving assessment outcomes for learners. Springer Nature. Retrieved from https://content.e-bookshelf.de/media/reading/L-12776953-e2d186faca.pdf
Muryani, D. I., Jana, P. & Umasugi, S. M. (2022). The Students’ Misconceptions in Using Three-tier Multiple Choice Diagnostic Test on the Angle Relationships. Formatif: Jurnal Ilmiah Pendidikan MIPA, 12(1), 25-34.
Peşman, H. & Eryılmaz, A. (2010). Development of a three-tier test to assess misconceptions about simple electric circuits. The Journal of educational research, 103(3), 208-222.
Sari, D. N., Arif, K., Yurnetti, Y. & Putri, A. N. (2024). Identification of Students' Misconceptions in Junior High Schools Accredited A using the Three Tier Test Instrument in Science Learning. Journal Penelitian Pendidikan IPA, 10(1), 1-11.
Yusof, A. M., Yunus, M. M. & Embi, M. A. (2021). Preferences of Generation Z students in user interface design for online learning. Journal of Theoretical and Applied Information Technology, 99(7), 1539–1550.
Zilles, C., West, M., Mussulman, D. & Sacris, C. (2018). Student and Instructor Experiences with a Computer-Based Testing Facility. EDULEARN18 Proceedings, 1–10.