การพัฒนาสมรรถนะครูสังคมศึกษา ด้วยระบบการเรียนอย่างกระฉับกระเฉงตามหลักพุทธวิธี ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุทัยธานี ชัยนาท
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) ศึกษาองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาสมรรถนะครูสังคมศึกษา ตามหลักพุทธวิธี 2) ประเมินความต้องการในการพัฒนาระบบการสอน 3) พัฒนาระบบการสอนตามแนวคิดการเรียนรู้อย่างกระฉับกระเฉงตามหลักพุทธวิธี และ4) ทดสอบและประเมินคุณภาพระบบการสอนที่พัฒนาขึ้น ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุทัยธานี ชัยนาท เป็นการวิจัยและพัฒนา แบบผสานวิธี กลุ่มตัวอย่างเป็นครูสังคมศึกษา 108 คน ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 10 รูป/คน คัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินระบบการสอน แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที ดัชนีประสิทธิผล และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) องค์ความรู้ประกอบด้วยสมรรถนะหลัก 5 ด้าน สมรรถนะประจำสายงาน 6 ด้าน การเรียนรู้อย่างกระฉับกระเฉง และหลักพุทธวิธีการสอน 4 ประการ บูรณาการกับ CIPOF Model 2) ครูต้องการระบบการสอนที่เน้นผู้เรียนมีส่วนร่วม โดยร้อยละ 100.00 พบปัญหาความเหมาะสมของเนื้อหากับเวลาเรียนและต้องการนวัตกรรมการสอน ร้อยละ 80.00 รายงานปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และร้อยละ 70.00 เห็นว่าสื่อการสอนไม่เพียงพอ 3) ระบบการสอนที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 8 องค์ประกอบ ได้แก่ การวิเคราะห์บริบท ปัจจัยนำเข้า การเตรียมความพร้อม การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การประเมินผล การสรุปผล ผลผลิต และการปรับปรุงระบบ โดยมีกระบวนการสอน 5 ขั้นตอน ผลการประเมินความเหมาะสมของร่างต้นแบบระบบการสอนโดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน พบว่า ส่วนประกอบหลักของระบบการสอนมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก และองค์ประกอบด้านกระบวนการมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก และ4) ผลการทดลองใช้ระบบการสอนพบว่า การทดสอบเบื้องต้นมีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.66, 0.68 และ 0.71 ตามลำดับ ส่วนการทดลองใช้จริงมีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.72 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 34.427, p < .001) ความพึงพอใจของนักเรียนอยู่ในระดับมาก และผลการประเมินรับรองระบบการสอนโดยผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในระดับมาก
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจยวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจยวิชาการก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กัญญาภิญญ์ สีรัตน์เจริญ, และสุนันท์ ช่วยชู. (2566). แนวทางการพัฒนาการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของไทย. วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี, 6(1), 33–49. https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JMCR/article/view/2382
เชรษฐรัฐ กองรัตน์. (2567). การเรียนรู้เชิงรุก: วาทกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียน. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 52(1), 1–18. https://doi.org/10.14456/educu.2024.2
ปรางฝัน แสงโพธิ์, และสุพัฒนา หอมบุปผา. (2569). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครสวรรค์. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, 9(3), 356–383. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/edunsrujo/article/view/287790
พรทิพย์ วงศ์ไพบูลย์. (2560). การเรียนรู้เชิงรุกและการมีส่วนร่วมของผู้เรียน (Active Learning). วารสารสถาบันวิจัยญาณสังวร, 8(2), 327–336. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/yri/article/view/178540
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553. (2553, 22 กรกฎาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 127 ตอนที่ 45 ก. หน้า 1–3.
ยุพา กูลประดิษฐ์, ประหยัด จิระวรพงศ์, สุภาณี เส็งศรี, และกฤตยา บรรจงจิตร. (2562). การพัฒนาระบบการเรียนการสอนออนไลน์แบบสปอค (SPOC) รายวิชาศึกษาทั่วไป สำหรับมหาวิทยาลัยนเรศวร. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 21(4), 254–270. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edujournal_nu/article/view/92350
ศักดิ์ดา งานหมั่น. (2567). การพัฒนาระบบการสอนแบบกระฉับกระเฉงเพื่อการพัฒนาการเรียนในพุทธศตวรรษที่ 26 สำหรับครูสาระการเรียนสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาในจังหวัดนครราชสีมา. วารสารพุทธนวัตกรรมและการจัดการ, 7(2), 132–147. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/bim/article/view/266587
ศิรินาฏ เจาะจง, และจิติมา วรรณศรี. (2567). ปัญหา ความต้องการและแนวทางการบริหารงานเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาภาคเหนือตอนล่าง. Journal of Roi Kaensarn Academi, 9(12), 2884–2898. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JRKSA/article/view/275636
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุทัยธานี ชัยนาท. (2565). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566–2570). https://spmuncn.obec.go.th/development_plan
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุทัยธานี ชัยนาท. (2568). รายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568. https://drive.google.com/file/d/128hJ2PuykPZnDCr-EhQk4XOh_JKHCjCh/view
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308