การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ผ่านชุดกิจกรรมแบบฝึกการอ่านออกเสียงในภาษาไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับทักษะการอ่านออกเสียงของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรมแบบฝึกการอ่านออกเสียงในภาษาไทย กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยนักเรียน 8 คน ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีความบกพร่องทางการอ่าน โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร การวิจัยดำเนินการแบบกึ่งทดลอง (Quasi-experimental) โดยใช้ชุดสื่อการสอนบัตรคำพื้นฐาน แผนการจัดการเรียนรู้รายบุคคล 5 แผน และแบบทดสอบก่อน–หลังเรียน เครื่องมือทั้งหมดผ่านการตรวจสอบความถูกต้องและความเชื่อมั่นจากผู้เชี่ยวชาญ ข้อมูลถูกรวบรวมจากการสอนสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5 สัปดาห์ ผ่านแบบทดสอบการอ่านออกเสียง การสังเกตพฤติกรรม การสัมภาษณ์ และแฟ้มสะสมงาน
ผลการวิจัยพบว่า ก่อนการใช้ชุดกิจกรรม นักเรียนมีทักษะการอ่านออกเสียงในระดับต่ำถึงปานกลาง โดยมีคะแนนเฉลี่ย 9.25 คะแนน หลังการเรียน คะแนนเฉลี่ยเพิ่มเป็น 15 คะแนน แสดงให้เห็นว่าชุดกิจกรรมช่วยพัฒนาความถูกต้อง การเว้นวรรค การออกเสียง และจังหวะน้ำเสียงของนักเรียนอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังเสริมสร้างความมั่นใจและส่งเสริมการกล้าแสดงออกทางการอ่าน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจยวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจยวิชาการก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กุลยา ก่อสุวรรณ. (2553). การสอนเด็กที่มีความบกพร่องระดับเล็กน้อย. กรุงเทพฯ : ศูนย์พัฒนาศักยภาพเด็ก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ณชญาดา แก้วแสงอินทร์, เพ็ญพิศุทธิ์ ใจสนิท และวิชิต เทพประสิทธิ์. (2560). การพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนสำหรับนักเรียนที่บกพร่องทางการเรียนรู้ (L.D.) โดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทย โรงเรียนอนุบาลนางแล (บ้านทุ่ง). วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 10(2), 89–98.
ทิศนา แขมมณี,. (2560). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นุชนาฏ ขันโมลี, ภูษิต บุญทองเถิง และสุพจน์ อิงอาจ. (2554). การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำ โดยใช้แบบฝึกทักษะประกอบภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 5(3), 47-56.
บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
บุญเชิด พงศ์วัชราภรณ์. (2545). การวัดผลและประเมินผลการศึกษา. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์. (2548). จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพฯ: ศูนย์สื่อเสริมกรุงเทพ.
ศศิธร สุริยวงศ์. (2556). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความโดยใช้แผนผังความคิดสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยบูรพา.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2550). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อาทิตยา เล็งเจ๊ะ พัชรี จิ๋วพัฒนกุล และปรีดา เบ็ญคาร. (2560). การศึกษาความสามารถทางการอ่านของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้โดยใช้ชุดนิทานคำคล้องจอง. วารสารวิจัยและพัฒนาการศึกษาพิเศษ, 6(2), 51–64.
อาภรณ์ แสงทอง. (2553). หลักการสอน (ฉบับปรับปรุง). ปทุมธานี : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
International Congress of Phonetic Sciences. (2019). Proceedings of the International Congress of Phonetic Sciences. Melbourne, Australia: ICPhS.
Lyon, G. R., Shaywitz, S. E., & Shaywitz, B. A. (2003). Defining dyslexia, comorbidity, teachers’ knowledge of language and reading. Annals of Dyslexia, 53, 1–14.
Nitko, A. J., & Brookhart, S. M. (2014). Educational assessment of students. (7th ed.). Boston, MA : Pearson.
Snowling, M. J. (2013). Early identification and interventions for dyslexia: A contemporary view. Journal of Research in Special Educational Needs, 13(1), 7–14.
Therrien, W. J. (2004). Fluency and comprehension gains as a result of repeated reading: A meta-analysis. Remedial and Special Education, 25(4), 252–261.
Torgesen, J. K. (2000). Individual differences in response to early interventions in reading: The lingering problem of treatment resisters. Learning Disabilities Research & Practice, 15(1), 55–64.