ความต้องการและแนวทางการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมการตัดสินกีฬาฟุตบอล โดยใช้ทฤษฎีสถานการณ์จำลอง สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี

Main Article Content

วัชราช ศรไชย
พงษ์เอก สุขใส
ภูฟ้า เสวกพันธ์
ขจรศักดิ์ รุ่นประพันธ์

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมการตัดสินกีฬาฟุตบอล โดยใช้ทฤษฎีสถานการณ์จำลอง สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี และ 2) สังเคราะห์แนวทางการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมการตัดสินกีฬาฟุตบอล สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี โดยมีวิธีเก็บข้อมูลประกอบไปด้วย แบบสอบถามความต้องการ เป็นนักศึกษาสาขาวิชาพลศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎทั่วประเทศ จำนวน 333 คน ใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง แบบแบ่งชั้นของกลุ่มตัวอย่าง และการสัมภาษณ์กลุ่มโครงสร้างผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน ด้วยการคัดเลือกแบบเจาะจง ซึ่งแบบสอบถามมีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.864 แบบสัมภาษณ์ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญมีความเชื่อมั่น 0.98 ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม ที่ต้องให้ความสำคัญตามลำดับ พบว่า ด้านการจัดการเรียน มีความสำคัญสูงสุด (equation = 3.74 S.D. = 1.09) รองลงมา คือด้านการจัดอบรมการตัดสินฟุตบอล (equation= 3.72 S.D. = 1.09) รองลงมา คือด้านเนื้อหากิจกรรม (equation= 3.69 SD. = 1.10) และด้านการพัฒนาการตัดสิน (equation= 3.69 SD. = 1.09) ตามลำดับ และ 2) แนวทางการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมการตัดสินกีฬาฟุตบอล ประกอบด้วย 2.1) หน่วยการเรียนรู้ทักษะพื้นฐานการตัดสินกีฬาฟุตบอล มีการแบ่งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ 2.2) เน้นการฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จริงและจำลองสถานการณ์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ นำไปสู่การฝึกปฏิบัติที่มีขั้นตอนจากพื้นฐานไปสู่ทักษะที่ซับซ้อน 2.3) รูปแบบการวัดและประเมินผลทั้งด้านความรู้ ทักษะการปฏิบัติ การสังเกตพฤติกรรมคุณลักษณะ ตามสภาพจริงในการตัดสินกีฬาฟุตบอล

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ศรไชย ว. ., สุขใส พ. ., เสวกพันธ์ ภ. ., & รุ่นประพันธ์ ข. . (2026). ความต้องการและแนวทางการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมการตัดสินกีฬาฟุตบอล โดยใช้ทฤษฎีสถานการณ์จำลอง สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี. วารสารวิจยวิชาการ, 9(4), 315–330. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/article/view/290656
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

จีรนันท์ เจริญชัยภินันท์. (2560). การพัฒนาโปรแกรมฝึกอบรมการสอนพลศึกษาสาหรับครูที่ไม่มีวุฒิพลศึกษาในระดับประถมศึกษา. (ปริญญานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ณัฐวุฒิ ฉิมมา. (2566). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ในการจัดการเรียนรู้พลศึกษา สำหรับนักศึกษาสาขาวิชาพลศึกษา.(วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต) บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยนเรศวร.

พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2557). หลักการวัดและประเมินผลการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ : เฮ้าส์ ออฟ เคอร์มิสท์.

ไพญาดา สังข์ทอง. (2558). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อสร้างเสริมสมรรถนะในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ครูของนิสิตหลักสูตรการศึกษาบัณฑิตสาขาวิชาพลศึกษา. (ปริญญานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สุขศึกษาและพลศึกษา). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ.

วัฒนาพร ระงับทุกข์. (2562, 1 มิถุนายน. หลักสูตรเพื่อการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาสายงานการสอน ประจำปี 2562).

วิชัย วงษ์ใหญ่. (2554). การพัฒนาหลักสูตรระดับอุดมศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 2). สำนักพิมพ์ อาร์แอนด์ ปริ้นท์ จำกัด.

Goldstein, I. L. (1993). Training in organizations: Need assessment development and evaluation. (3rd ed.). Pacific Grove, CA: Brooks/ Cole.

SDGs. (2566.) รายงาน GSDR 2023 ระบุครึ่งทางขับเคลื่อน SDGs โลกยังห่างไกลการบรรลุเป้าหมาย ต้องเร่งเสริมสร้างศักยภาพภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทุกระดับ. เข้าถึงได้จาก https://www.sdgmove.com/2023/07/06/gsdr-2023-un/

The League Managers Association, & The Professional Footballers Association. (2008). Refereeing: A Professional way forward (Online). Retrieved from: http://www.leaguemanagers.com/documents/26/Refereeing_-_A_Professional_Way_Forward. pdf [2015, March 25].

Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis.