การศึกษาองค์ประกอบองค์กรสมรรถนะสูงในยุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยนครพนม
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบขององค์กรสมรรถนะสูงในยุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยนครพนม โดยใช้รูปแบบการวิจัยแบบผสมผสานวิธี แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาและสังเคราะห์องค์ประกอบองค์กรสมรรถนะสูงในยุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยนครพนมจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และขั้นตอนที่ 2 ประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ขององค์ประกอบที่สังเคราะห์ได้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในงานวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้เชี่ยวชาญที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกและมีประสบการณ์ด้านการบริหารไม่น้อยกว่า 5 ปี จำนวน 5 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสังเคราะห์เอกสาร แบบสัมภาษณ์ และแบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความเหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญ และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.967 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การวิเคราะห์เนื้อหา ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่า 1) องค์ประกอบองค์กรสมรรถนะสูงในยุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยนครพนมจากการสังเคราะห์เอกสารและการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) การมุ่งเน้นทรัพยากรมนุษย์ (2) ภาวะผู้นำ (3) การมุ่งเน้นผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (4) การเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ (5) การมุ่งเน้นผลลัพธ์องค์กร และ 2) ผลการตรวจสอบความเหมาะสมและความเป็นไปได้จากการประเมินของผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า องค์ประกอบองค์กรสมรรถนะสูงในยุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยนครพนม มีความเหมาะสมในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.59, S.D. = 0.56) และมีความเป็นไปได้ในภาพรวม อยู่ในระดับมาก (
= 4.47, S.D. = 0.66)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจยวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจยวิชาการก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
จีราภา ประพันธ์พัฒน์. (2560). การศึกษาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี. (วิทยานิพนธ์ ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
ธนชาติ นุ่มนนท์. (2562). ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น "ภาคการศึกษา". เข้าถึงได้จาก https://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/647841
นิจจารีย์ วงษ์กาฬสินธุ์. (2562) . การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อการเป็นองค์การสมรรถนะสูงของบสำนักงานศึกษาธิการภาค 10. (การศึกษาค้นคว้าอิสระรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
เบญญาภา ตัญญะผลและวิศิษฐ์ ฤทธิบุญไชย (2567). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเป็นองค์กรสมรรถนะสูงของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม. ในการประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 16 (น.963-972). นครปฐม : มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
พัสตราภรณ์ แย้มกาญจนวัฒน์ และคณะ. (2567). กลยุทธ์การบริหารสถานศึกษาสมรรถนะสูงในยุคดิจิทัล. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.), 6(3). 464-477.
วราภรณ์ ทรัพย์รวงทอง และสาธร ทรัพย์รวงทอง. (2564). การพัฒนารูปแบบความเป็นองค์กรสมรรถนะสูงในยุคดิจิตอลของสถานศึกษาสังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครสวรรค์. วารสารปรัชญาปริทรรศน์, 26(1). 44-52.
วาโร เพ็งสวัสดิ์. (2560). การวิจัยทางการบริหารการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 2). สกลนคร : โรงพิมพ์สมศักดิ์การพิมพ์.
วินุลาศ เจริญชัย และคณะ. (2565). การสังเคราะห์องค์ประกอบองค์การสมรรถนะสูง. Journal of Modern Learning Development. 7(2).438-454.
วินุลาศ เจริญชัย. (2563). รูปแบบการบริหารจัดการองค์การสมรรถนะสูงเพื่อพัฒนาคุณภาพ การศึกษาในสถานศึกษาสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น, 17(1). 102-108.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ฉบับที่ 13. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.