การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในสำหรับศตวรรษที่ 21 ตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่คาดหวัง และความต้องการจำเป็นของการนิเทศภายใน 2) พัฒนารูปแบบการนิเทศภายในสำหรับศตวรรษที่ 21 ตามหลักสังคหวัตถุ 4 3) ทดลองใช้รูปแบบ และ 4) ประเมินรูปแบบ ของสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 เป็นการวิจัยแบบผสมผสานวิธี ดำเนินการ 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพและความต้องการจำเป็นจากผู้บริหารและครู จำนวน 242 คน ได้จากการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่น 0.986 ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบโดยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 10 คน และการสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ 9 คน ระยะที่ 3 ทดลองใช้รูปแบบในสถานศึกษาขนาดเล็ก 13 แห่ง กับครูผู้รับการนิเทศ 117 คน เป็นเวลา 1 เดือน และระยะที่ 4 ประเมินรูปแบบโดยผู้บริหารสถานศึกษาและศึกษานิเทศก์ 26 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง (PNImodified) และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( = 2.57) สภาพที่คาดหวังอยู่ในระดับมากที่สุด (
= 4.93) ด้านที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุด คือ การปฏิบัติการนิเทศ (PNImodified = 0.960) 2) รูปแบบประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ วิธีการดำเนินงาน การประเมินรูปแบบ และเงื่อนไขความสำเร็จ โดยมีหลักสังคหวัตถุ 4 เป็นหลักการสำคัญ วิธีการดำเนินงานมี 4 ขั้นตอน คือ การศึกษาสภาพปัญหา การวางแผน การปฏิบัติการนิเทศ และการประเมินผล รูปแบบมีความถูกต้อง (
= 4.92) และความเหมาะสม (
= 4.97) อยู่ในระดับมากที่สุด 3) ครูผู้รับการนิเทศมีความพึงพอใจต่อรูปแบบโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และ 4) ผลการประเมินรูปแบบโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (
= 4.61) โดยด้านความเป็นไปได้มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (
= 4.70) แสดงว่ารูปแบบสามารถนำไปใช้พัฒนาการนิเทศภายในของสถานศึกษาขนาดเล็กได้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจยวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจยวิชาการก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กัมพล ขันทะวงษ์. (2565). การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในด้วยเทคนิคการนิเทศแบบชี้แนะสะท้อนคิดของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. [วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
กุญช์พิสิฎฐ์ คงนุรัตน์. (2565). รูปแบบการนิเทศภายในตามแนวคิดการจัดการเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน”. [วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
จันตรา ชื่นใจ. (2560). สภาพ ปัญหา และความต้องการการนิเทศภายในโรงเรียนขนาดเล็ก. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
จันตรา ชื่นใจ. (2566) รูปแบบการนิเทศภายในแบบมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของครูในศตวรรษที่ 21 สำหรับโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร. [วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ.
ดวงดาว อัครบดี. (2566). การพัฒนารูปแบบการนิเทศเพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ของนักเรียนระดับประถมศึกษา ในโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา. [การศึกษาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ทองคำ อำไพ. (2564). การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาสำหรับสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. [วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
นงลักษณ์ วิรัชชัย, และสุวิมล ว่องวาณิช. (2548). การประเมินความต้องการจำเป็น. คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2554). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์. (พิมพ์ครั้งที่ 16). สหธรรมิก.
ยุทธศักดิ์ หาดเคลือบ. (2564). รูปแบบการนิเทศภายในของสถานศึกษาขนาดเล็กสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1. [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์.
วาสนา ศรีมาศ. (2566). การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในเพื่อพัฒนาสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ระดับมัธยมศึกษา สำหรับโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา. [วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3. (ม.ป.ป.). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2566–2570) สพป.นครศรีธรรมราช เขต 3. [เอกสารอัดสำเนา].
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2556). รายงานการวิจัยและพัฒนารูปแบบการพัฒนาครูและผู้บริหารสถานศึกษาแบบใช้โรงเรียนเป็นฐานในโรงเรียนขนาดเล็กระยะที่ 2 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 3). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
หน่วยศึกษานิเทศก์. (2556). คู่มือการนิเทศภายในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร. ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297–334. https://doi.org/10.1007/BF02310555
Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 22(140), 1–55.
Willer, R.H. (1967) Leader and Leadership Process. Irwin / McGraw-Hill.
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis. (3rd ed.). Harper and Row.