รูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่โรงเรียนแห่งความสุขตามหลักพุทธธรรมสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขตตรวจราชการที่ 10

Main Article Content

นิศรา ไชยเพีย
บุญช่วย ศิริเกษ
พิมพ์อร สดเอี่ยม

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพพึงประสงค์และความต้องการจำเป็นของรูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่โรงเรียนแห่งความสุขตามหลักพุทธธรรมสำหรับโรงเรียนขนาดเล็กสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขตตรวจราชการที่ 10 และ 2) ศึกษาแนวทางการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่โรงเรียนแห่งความสุขตามหลักพุทธธรรมสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก เขตตรวจราชการที่ 10 จากการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็กที่มีแบบวิธีปฏิบัติเป็นเลิศ ด้านบริหารสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขตตรวจราชการที่ 10 จำนวน 322 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งมีโครงสร้าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น โดยนําข้อมูลผลการศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์มาหาค่าดัชนีความต้องการจําเป็น เพื่อจัดลำดับความต้องการจําเป็น โดยการคํานวณ PNImodified ผลการวิจัย พบว่า 1) สภาพปัจจุบันโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (equation = 3.34, S.D. = 0.77) สภาพที่พึงประสงค์โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (equation  = 4.66, S.D. = 0.48) และลำดับความต้องการจำเป็น เรียงลำดับความต้องการจำเป็นจากมากไปหาน้อย ได้ดังนี้ ลำดับที่ 1 ด้านการมีทัศนคติเชิงบวก (PNImodified = 0.4️28) ลำดับที่ 2 ด้านผลลัพธ์การดำเนินการ (PNImodified = 0.403) ลำดับที่ 3 ด้านการมีสวัสดิการที่เหมาะสม (PNImodified = 0.381) และลำดับที่ 4 ด้านการจัดสภาพแวดล้อมที่ดี (PNImodified = 0.365) ตามลำดับ และ 2) แนวทางการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่โรงเรียนแห่งความสุขตามหลักพุทธธรรมสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขตตรวจราชการที่ 10 สรุปได้ว่า ด้านการมีทัศนคติเชิงบวกมี 5 แนวทาง ด้านการมีผลลัพธ์ตามเป้าหมายมี 5 แนวทาง ด้านการมีสวัสดิการที่เหมาะสมมี 5 แนวทาง และ ด้านการจัดสภาพแวดล้อมที่ดีมี 5 แนวทาง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ไชยเพีย น., ศิริเกษ บ., & สดเอี่ยม พ. (2026). รูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่โรงเรียนแห่งความสุขตามหลักพุทธธรรมสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขตตรวจราชการที่ 10. วารสารวิจยวิชาการ, 9(5), 260–277. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/article/view/295495
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กมลพรรณ เอกณรงค์ และรับขวัญ ภูษาแก้ว. (2561). การบริหารโรงเรียนอนุบาลเอกชนให้เป็นโรงเรียนแห่งความสุข. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษ, 13(1), 285–297. retrieved from https://so01.tci-thaijo.org/index.php/OJED/article/view

/163129

ณัฏฐนันท์ อ่ำขวัญยืน และจิราพร ระโหฐาน. (2566). ความยุติธรรมในองค์กรและคุณภาพชีวิตในการทำงาน ที่มีผลต่อความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรเทศบาลเมืองบ้านสวน จังหวัดชลบุรี. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 6(2), 1013-1028. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jmhs1_s/article/view/263789/179117

บุญชม ศรีสะอาด. (2553). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย เล่ม 1. (พิมพ์ครั้งที่ 3). สุวีริยาสาส์น.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตโต). (2555). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. (พิมพ์ครั้งที่ 23). สำนักพิมพ์ผลิธัมม์.

สำนักงานเขตตรวจราชการที่ 10. (2568). ข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษาเขตตรวจราชการที่ 10. https://reo10.moe.go.th/wp-content/uploads/2019/01/2561Data_Info.pdf

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2566). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13. https://eqmplatform.onep.go.th/public-plan/detail

/1023

อาภรณ์ ภู่วิทยพันธุ์. (2566). คู่มือการกำหนดสมรรถนะตามลักษณะงาน ภาคปฏิบัติ. ไทยสกิลล์พลัส.

อุทัยวรรณ ศรีรัตน์. (2563). การเป็นโรงเรียนแห่งความสุขของโรงเรียนชุมชนบ้านหนองฝ้าย. วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร, 11(2), 17–31. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EdAd/article/view/242423

Auliah, A., Thien, L. M., Kho, S. H., Abd Razak, N., Jamil, H., Ahmad, M. Z. (2021). Exploring positive school attributes: Evidence from school leader and teacher perspectives. SAGE Open, 11(4), 1–14. https://doi.org/10.1177/2158

Benevene, P., De Stasio, S., & Fiorilli, C. (2020). Editorial: Well-being of school teachers in their work environment. Frontiers in Psychology, 11, 1239. https://doi.

org/10.3389/fpsyg.2020.01239

Cameron, K. S., Mora, C., Leutscher, T., & Calarco, M. (2011). Effects of positive practices on organizational effectiveness. The Journal of Applied Behavioral Science, 47(3), 266–308. https://doi.org/10.1177/00218863103

Hackman, J. R., & Oldham, G. R. (1976). Motivation through the design of work: Test of a theory. Organizational Behavior and Human Performance, 16(2), 250–279. https://doi.org/10.1016/0030-5073(76)90016-7

Krejcie, R.V. and Morgan, D.W. (1970) Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30, 607-610.

Luthans, F., Youssef, C. M., & Avolio, B. J. (2007). Psychological capital: Developing the human competitive edge. Oxford University Press.

Seligman, M. E. P. (2011). Flourish: A visionary new understanding of happiness and well-being. Free Press.

Seligman, M. E. P., Ernst, R. M., Gillham, J., Reivich, K. & Linkins, M. (2009). Positive education: Positive psychology and classroom interventions. Oxford Review of Education, 35(3), 293–311. https://doi.org/10.1080/03054980

UNESCO Bangkok. (2016). Happy schools! A framework for learner well-being in the Asia-Pacific. UNESCO Asia and Pacific Regional Bureau for Education.

UNESCO ประเทศไทย. (2565). โรงเรียนแห่งความสุข! กรอบแนวคิดเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของผู้เรียนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก. https://unesdoc.unesco.org/ark:/

/pf0000374061

Walton, R. E. (1974). Improving the quality of work life. Harvard Business Review, 52(3), 12–16.

Warr, P. (1999). Well-being and the workplace. In D. Kahneman, E. Diener, & N. Schwarz (Eds.), Well-being: The foundations of hedonic psychology (pp. 392–412). Russell Sage Foundation.