การพัฒนาองค์ประกอบวัฒนธรรมการอ่านในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาองค์ประกอบและตัวบ่งชี้ของวัฒนธรรมการอ่านในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ 2) ตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลการวัดวัฒนธรรมการอ่านในโรงเรียนมัธยมศึกษา กับข้อมูลเชิงประจักษ์ กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้บริหารสถานศึกษา 100 คน ครู 100 คน และผู้เรียน 150 คน รวม 350 คน ในเขตตรวจราชการที่ 18 ได้มาโดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 3 ฉบับ พัฒนาตามกรอบ SOLO Taxonomy มีค่า IOC ระหว่าง 0.80–1.00 และค่าความเชื่อมั่นองค์ประกอบ (CR) ระหว่าง 0.795–0.897 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (CFA) รายด้านตามบทบาทของผู้ให้ข้อมูล ผลการวิจัย พบว่า 1) วัฒนธรรมการอ่านในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ 17 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ นโยบายและวิสัยทัศน์ในการส่งเสริมการอ่าน สภาพแวดล้อมด้านการอ่าน ทัศนคติและแรงจูงใจในการอ่าน นิสัยและพฤติกรรมการอ่าน และเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลช่วยสนับสนุนการอ่าน และ 2) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน พบว่า โมเดลการวัดวัฒนธรรมการอ่านในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ทุกองค์ประกอบ ได้แก่ (1) นโยบายและวิสัยทัศน์ในการส่งเสริมการอ่าน พิจารณาจากค่า = 1.249, df = 1, p – value = 0.2637, RMSEA = 0.050, CFI = 0.999, TLI = 0.996, SRMR = 0.045 (2) สภาพแวดล้อมด้านการอ่าน พิจารณาจากค่า = 1.210, df =1, p – value = 0.2714, RMSEA = 0.046, CFI = 0.998, TLI = 0.994, SRMR = 0.020 (3) ทัศนคติและแรงจูงใจในการอ่าน พิจารณาจากค่า =5.328, df =2, p – value =0.0697, RMSEA =0.105 , CFI = 0.985, TLI =0.955, SRMR =0.023 (4) นิสัยและพฤติกรรมการอ่าน ค่า =0.316, df =2, p – value =0.8537, RMSEA =0.00 , CFI = 1.00, TLI =1.00, SRMR =0.005 และ (5) เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ช่วยสนับสนุนการอ่าน พิจารณาจากค่า =1.098, df =1, p – value = 0.2946 , RMSEA =0.026, CFI = 0.999, TLI =0.998, SRMR =0.017 แสดงให้เห็นว่าองค์ประกอบและตัวบ่งชี้ที่พัฒนาขึ้นมีความตรงเชิงโครงสร้าง และสามารถนำไปใช้เป็นกรอบในการกำหนดแนวทางการพัฒนาวัฒนธรรมการอ่านในโรงเรียนมัธยมศึกษาได้อย่างเหมาะสม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจยวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจยวิชาการก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงวัฒนธรรม. (2560). แผนแม่บทส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ของไทย. https://www2.mculture.go.th/chonburi/article_fileattach_20171004115619.pdf
วิไลวรรณ วัชรวิชานันท์ และ ภีมศักดิ์ เอ้งฉ้วน. (2561).ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการอ่านของผู้เรียนระดับมัธยมศึกษา: กรณีโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม). วารสารบรรณศาสตร์มศว, 11(2),148-160
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์. (2563). ข้อค้นพบจาก PISA 2018: ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับผลการประเมินด้านการอ่าน. https://pisathailand.ipst.ac.th/
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์. (2566). การแถลงข่าวผลการประเมิน PISA 2022. เข้าถึงได้จาก https://pisathailand.ipst.ac.th/news-21/
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2554). อ่านสร้างสุข: สร้างวัฒนธรรมการอ่านสร้างการอ่านให้เป็นวัฒนธรรม. สำนักพิมพ์แปลนพริ้นติ้ง จำกัด.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครสวรรค์. (2566). รายงานผลการคัดกรองความสามารถด้านการอ่านและการเขียน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566. https://spmnw.
obec.site/กลุ่มงาน-10-กลุ่มงาน/กลุ่มนิเทศ-ติดตาม-และประ/
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2568). นโยบายและจุดเน้นสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 – 2570. https://drive.google.
com/file/d/1gqDnX1h3By3LcO7A4LkEEy30KqxGjsKZ/view
Aslam, S., Qutab, S., & Ali, N. (2022). Components of reading culture: Insights from bibliometric analysis of 1991–2020 research. Journal of Information Science, 48(5), 1-14.
Biggs, J., & Collis, K.F. (1982). Evaluating the quality of learning: The Solo Taxonomy (Structure of Observed Learning Outcomes). Academic Press.
Daniels, E., & Steres, M. (2011). Examining the effects of school-wide Reading Culture on engagement of Middle school students. Research in middle level education. 35(2), 1-13.
Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2010). Multivariate data analysis (7th ed.). Pearson Prentice Hall.
Jin, W. (2024). Cultures of reading: Then and now. International Journal of Cultural Studies. 27(2), 155-164.
Kamalova, L.A & Koletvinova, N.D (2016). The Problem of Reading and Reading Culture Improvement of Students-Bachelors of Elementary. International Journal of Environmental & Science Education. 11(4), 473-484.
Loh, C. E. (2015). Building a reading culture in a Singapore school: Identifying spaces for change through a socio-spatial approach. Changing English, 22(2), 209–221.
Loh, C. E., Elis, M., & Alcantara, A. (2017). Building a successful reading culture through the school library: A case study of Singapore secondary school. International Federation of Library Associations and Institutions, 43(3), 276–289.
MEXT. (2020). White Paper on Education, Culture, Sports, Science and Technology. Retrived from https://www.mext.go.jp/en/publication/whitepaper/index.htm
Turkel, A., Ozdemir, E.E., & Akbulut, S. (2019). Examining Reading Cultures of Pre-Service Teachers: A Case Study from an Education Faculty in Turkey. International Journal of Education & Literacy Studies.7(2), 197-210.