การออกแบบสถาบันพระพุทธศาสนาในฐานะสถาบันทางสังคมเชิงพุทธบูรณาการ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของสถาบันศาสนาตามทฤษฎีสังคมวิทยาศาสนา 2) เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของสถาบันพระพุทธศาสนาจากคัมภีร์พระพุทธศาสนา และ 3) เพื่อสังเคราะห์และออกแบบสถาบันพระพุทธศาสนาในฐานะสถาบันทางสังคมเชิงพุทธบูรณาการ เป็นการวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary Research) โดยศึกษาแนวคิดสังคมวิทยาศาสนาของเอมิล เดอร์ไคม์ มักซ์ เวเบอร์ และปีเตอร์ เบอร์เกอร์ ควบคู่กับคัมภีร์พระไตรปิฎก อรรถกถา ฎีกา และทัศนะของปราชญ์ทางพระพุทธศาสนา ภายใต้การวิเคราะห์ตามกรอบสามมิติ ได้แก่ มิติเชิงโครงสร้าง มิติเชิงจริยธรรม และมิติเชิงพิธีกรรม โดยดำเนินการวิจัยแยกออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ การศึกษาแนวคิดทฤษฎีสังคมวิทยาศาสนาเพื่อสังเคราะห์องค์ประกอบสามมิติ การศึกษาคัมภีร์พระพุทธศาสนาภายใต้กรอบสามมิติเช่นเดียวกัน แล้วนำองค์ประกอบทั้งสองชุดมาสังเคราะห์เชิงพุทธบูรณาการ และนำเสนอด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า องค์ความรู้ทั้งสองสายมิได้ขัดแย้งกัน หากแต่เสริมเติมเต็มกันได้อย่างเป็นระบบ มิติเชิงโครงสร้างชี้ว่าความยั่งยืนของสถาบันขึ้นอยู่กับระบบและกฎเกณฑ์ที่ไม่ผูกติดกับตัวบุคคล สอดคล้องกับหลักการทำให้บารมีกลายเป็นกิจวัตร (Routinization of Charisma) ของเวเบอร์ และการที่พระพุทธองค์ทรงมอบพระธรรมวินัยไว้เป็นศาสดาแทนพระองค์ มิติเชิงจริยธรรมชี้ว่าไตรสิกขาเป็นกลไกเชื่อมโยงจริยธรรมระดับปัจเจกเข้ากับระดับองค์กร สอดคล้องกับแนวคิดจริยธรรมทางศาสนาของเวเบอร์ที่ขับเคลื่อนโครงสร้างสังคม มิติเชิงพิธีกรรมชี้ว่าพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาทำหน้าที่ผนึกจิตสำนึกร่วม สอดคล้องกับแนวคิด "ความปีติยินดีร่วมกัน" (Collective Effervescence) ของเดอร์ไคม์ งานวิจัยนี้ได้องค์ความรู้ใหม่ซึ่งเรียกว่า "โมเดล 5 เสาหลักแห่งสถาบันพระพุทธศาสนาเชิงพุทธบูรณาการ" ประกอบด้วย 1) พระธรรมวินัยเป็นศาสดาและกรอบโครงสร้าง 2) ระบบตรวจสอบถ่วงดุลและการบริหารบุคลากร 3) จริยธรรมเชิงบูรณาการ 4) พิธีกรรมในฐานะเครื่องมือจิตวิญญาณ สังคม และสื่อสาร และ 5) วัด ชุมชน และรัฐในโลกดิจิทัล ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นบรรทัดฐานเชิงนโยบายสำหรับองค์กรปกครองคณะสงฆ์ในการธำรงแก่นธรรมควบคู่กับการสร้างความโปร่งใสในสังคมไทยร่วมสมัย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจยวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจยวิชาการก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
พนม พงษ์ไพบูลย์. (2538). จารึกไว้ในพระศาสนา จารึกไว้ในการศึกษา. โรงพิมพ์กรมการศาสนา.
พระครูปลัดอัมพร อาภาธโร, มะลิ ทิพพ์ประจง, พระใบฎีกาสุชิณณะ อณินฺชิโต, นพวรรณ์ ไชยชนะ และ บุญยืน งามเปรี่ยม. (2568). บทบาทของพระสงฆ์และความศรัทธาในยุคดิจิทัล การวิเคราะห์เชิงสังคมวิทยาและพุทธศาสนศึกษา. วารสารสหศาสตร์การพัฒนาสังคม, 3(5), 806–818. https://so12.tci-thaijo.org/index.php/JISDIADP/article/view/4360
พระคำพล แก้วพิลา และ กิตติพงศ์ สุวรรณวงศ์. (2568). การวิเคราะห์ปัญหาและแนวทางฟื้นฟูวงการพระพุทธศาสนาไทยตามหลักพุทธธรรมร่วมสมัย. วารสารส่งเสริมและพัฒนาวิชาการสมัยใหม่, 3(6), 1162–1172. https://so12.tci-thaijo.org/index.php/MADPIADP/article/view/5366
พระไพศาล วิสาโล. (2546). พุทธศาสนาไทยในอนาคต: แนวโน้มและทางออกจากวิกฤต. มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2556). อรรถกถาชาดก ทุติโย ภาโค (เล่ม 2). โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มะลิ ทิพพ์ประจง. (2568). มุมมองสังคมไทยกับข่าวกระทำผิดของพระสงฆ์: การวิเคราะห์เชิงวิชาการและแนวทางสู่ความยั่งยืนของสถาบันสงฆ์ไทย. วารสารสิรินธรปริทรรศน์, 26(2), 11–21. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jsrc/article/view/287437
มะลิ ทิพพ์ประจง และพระใบฎีกาสมคิด นาถสีโล. (2568). ภัยยุคใหม่ของพระสงฆ์กับความท้าทายและแนวทางการปฏิบัติในยุคดิจิทัล. วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี, 8(2), 862–877. https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JMCR/article/download/6792
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก. (2552). หลักพระพุทธศาสนา. สำนักราชเลขาธิการ.
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2568). พุทธธรรม ฉบับปรับขยาย (พิมพ์ครั้งที่ 59). โรงพิมพ์ผลิธัมม์.
เสฐียรโกเศศ. (2521). ชีวิตชาวไทยสมัยก่อนและการศึกษาเรื่องประเพณีไทย. เจริญรัตน์การพิมพ์.
Berger, P. L. (1967). The sacred canopy: Elements of a sociological theory of religion. Doubleday.
Berger, P. L. (Ed.). (1999). The desecularization of the world: Resurgent religion and world politics. Ethics and Public Policy Center; William B. Eerdmans.
Berger, P. L., & Luckmann, T. (1966). The social construction of reality: A treatise in the sociology of knowledge. Doubleday.
Durkheim, E. (1995). The elementary forms of religious life (K. E. Fields, Trans.). Free Press.
Google. (2026). NotebookLM [Large language model]. https://notebooklm.google.com/
Keyes, C. F. (1987). Thailand: Buddhist kingdom as modern nation-state. Westview Press.
Kitiarsa, P. (Ed.). (2008). Religious commodifications in Asia: Marketing gods. Routledge.
Mol, H. (1976). Identity and the sacred: A sketch for a new social-scientific theory of religion. Basil Blackwell.
Pickering, W. S. F. (1984). Durkheim’s sociology of religion: Themes and theories. Routledge & Kegan Paul.
Scott, J. (1990). A matter of record: Documentary sources in social research. Polity Press.
Weber, M. (1978). Economy and society: An outline of interpretive sociology (G. Roth & C. Wittich, Eds.; E. Fischoff et al., Trans.). University of California Press.
Weber, M. (2001). The Protestant ethic and the spirit of capitalism (T. Parsons, Trans.). Routledge.
Weber, M. (2019). Economy and society: A new translation (K. Tribe, Ed. & Trans.). Harvard University Press.