รูปแบบการนิเทศโดยกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการทำวิจัยในชั้นเรียน โรงเรียนวัดอินทาราม “โกวิทอินทราทร”

ผู้แต่ง

  • สุพัตรา คชสาร โรงเรียนวัดอินทาราม “โกวิทอินทราทร”

คำสำคัญ:

รูปแบบการนิเทศ, กระบวนการชุมชน, การเรียนรู้, การทำวิจัยในชั้นเรียน

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็น 2) สร้างรูปแบบการนิเทศ 3) ศึกษาผลการใช้ และ 4) ประเมินรูปแบบการนิเทศโดยกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการทำวิจัยในชั้นเรียน โรงเรียนวัดอินทาราม “โกวิทอินทราทร” ใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบประเมิน และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ คือค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน กลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ ครูโรงเรียนวัดอินทาราม “โกวิทอินทราทร” จำนวน 16 คน ได้มาโดยการคัดเลือกแบบเจาะจง

ผลการวิจัยพบว่า

  1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็น ครูมีความต้องการได้รับการสนับสนุนให้ทำวิจัยในชั้นเรียน โดยมีลงมือปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจและทักษะการนำไปใช้ เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้โดยใช้ระบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC) ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้
  2. รูปแบบการนิเทศโดยกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1) สร้างทีมและกำหนดข้อตกลงร่วมกัน 2) วางแผนการนิเทศ 3) ร่วมปฏิบัติการนิเทศ 4) เปิดรับการชี้แนะการทำวิจัยในชั้นเรียน 5) สะท้อนผลการนิเทศร่วมกัน 6) เผยแพร่สู่สาธารณะและสร้างเครือข่าย
  3. ผลการทดลองใช้รูปแบบ 1) ครูมีความสามารถในการปฏิบัติตามกระบวนการวิจัยในชั้นเรียน โดยรวมมีความสามารถอยู่ในระดับดี 2) ครูมีความสามารถในการเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียนโดยรวมอยู่ในระดับดี 3) สรุปข้อมูลสะท้อนผลการส่งเสริมความสามารถในการทำวิจัยในชั้นเรียนโดยรวม พบว่า ครูทุกคนมีส่วนร่วมและมีผลงานทางวิชาการ
  4. ผลการประเมินรูปแบบการนิเทศโดยกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการทำวิจัยในชั้นเรียน โดยรวมมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด

เอกสารอ้างอิง

ชวลิต ชูกำแพง. (2564). ชุมชนแห่งการเรียนรู้สู่การวิจัยในชั้นเรียน. วาสารครุทรรศน์, 1(1), 53-63. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JER/article/view/250593

ชาคริยา ชายเกลี้ยง, วีรวรรณ จงจิตร ศิริจิรกาล, และปรีชา สามัคคี. (2562). รูปแบบการนิเทศแบบผสมผสานเพื่อส่งเสริมการวิจัยของครู ระดับมัธยมศึกษา. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 6(10), 5344–5361. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/227465

พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2547). ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 2). เฮ้า ออฟ เคอร์มิสท์.

มนสิช สิทธิสมบูรณ์. (2563). ศาสตร์การวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 3). โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย.

วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. คลังสารสนเทศรัฐสภา. https://hdl.handle.net/20.500.14156/502424

สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา. (2563). ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2563. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา

สุวิมล ว่องวาณิช. (2560). การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2561). รายงานการวิจัยแนวทางการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

Darling-Hammond, L. (2017). Teacher education around the world: What can we learn from international practice? European Journal of Teacher Education, 40(3), 291–309. https://doi.org/10.1080/02619768.2017.1315399

Cogan, M. L. (1973). Clinical supervision. Boston, MA: Houghton Mifflin.

McNiff, J. (1995). Action research: Principles and practice (3rd ed). Routledge. https://doi.org/10.4324/9780203112755

Kemmis, S., & McTaggart, R. (1988). The action research planner (3rd ed.). Victoria: Deakin University Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-30

รูปแบบการอ้างอิง

คชสาร ส. (2026). รูปแบบการนิเทศโดยกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการทำวิจัยในชั้นเรียน โรงเรียนวัดอินทาราม “โกวิทอินทราทร”. ปัญญา, 33(1), 46–56. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/panya-thjo/article/view/288003

ฉบับ

ประเภทบทความ

Reserch Article