การพัฒนาชุดกิจกรรมเรียนรู้พุทธนวัตศิลป์ภาพพิมพ์ดิจิทัล ตามทฤษฎีการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ของโคล์บ: กรณีลายประดับวิหารล้านนาในรายวิชาการสร้างสรรค์งานพุทธศิลปกรรมร่วมสมัย
คำสำคัญ:
พุทธนวัตศิลป์, ภาพพิมพ์ดิจิทัล, การเรียนรู้เชิงประสบการณ์, ลายประดับวิหารล้านนาบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาทฤษฎีการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ของโคล์บในการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้พุทธนวัตศิลป์ 2) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้พุทธนวัตศิลป์ภาพพิมพ์ดิจิทัล จากลายประดับวิหารล้านนา และ 3) ประเมินผลการเรียนรู้ชุดกิจกรรมเรียนรู้พุทธนวัตศิลป์ของภาพพิมพ์ดิจิทัลตามทฤษฎีการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ของโคล์บ ในรายวิชาการสร้างสรรค์งานพุทธศิลปกรรมร่วมสมัย ผ่านลายประดับวิหารล้านนา งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี กลุ่มผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 20 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แบบทดสอบก่อน–หลังเรียน แบบประเมินผลงานรายโมดูล แบบสอบถามความพึงพอใจ แบบสัมภาษณ์ แบบสนทนากลุ่ม และชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เก็บข้อมูลโดยการสำรวจพื้นที่ สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ ทดลองใช้ชุดกิจกรรม 3 โมดูล และประเมินผลการเรียนรู้ก่อน–หลังกิจกรรม
ผลการวิจัยพบว่า
- ทฤษฎีการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ของโคล์บสามารถใช้เป็นกรอบในการพัฒนาชุดกิจกรรมพุทธนวัตศิลป์ได้อย่างเหมาะสม เพราะช่วยเชื่อมประสบการณ์ตรง การสะท้อนคิด การสร้างแนวคิด และการทดลองปฏิบัติ ทำให้ผู้เรียนเข้าใจความหมายของลายล้านนาและนำไปสู่การสร้างสรรค์งานภาพพิมพ์ดิจิทัลได้เป็นระบบ
- ชุดกิจกรรมที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 3 โมดูล ได้แก่ 1) การวิเคราะห์และตีความลวดลายล้านนาเชิงพุทธศิลป์ 2) การออกแบบลวดลายด้วยโปรแกรม Adobe Illustrator เพื่อสร้างไฟล์เวกเตอร์สำหรับการพิมพ์ และ 3) การเรียนรู้เทคนิคภาพพิมพ์ดิจิทัลในสถานประกอบการจริง
- ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านความรู้และผลลัพธ์เชิงปฏิบัติอย่างชัดเจน คะแนนทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 47 เป็นร้อยละ 72 และผลการทดสอบ t-test แบบจับคู่พบว่าคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ t(19) = 8.48, p<.001
เอกสารอ้างอิง
ธนพร เทพรักษา. (2564). การพัฒนาชุดกิจกรรมศิลปะตามทฤษฎีการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ของโคล์บ เพื่อการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ศิลปะล้านนาผ่านกระบวนการประติมากรรม [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ]. iThesis Srinakharinwirot University. https://ir-ithesis.swu.ac.th/ handle/123456789/1946
นัยนา ดอรมาน, ประสาร มาลากุล ณ อยุธยา, และผ่องพรรณ เกิดพิทักษ์. (2563). การเรียนรู้เชิงประสบการณ์และการสะท้อนคิดเชิงวิพากษ์. วารสารจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต, 10(2), 20-28.
บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น. สุวีริยาสาส์น.
วิทยา พลวิฑูรย์. (2562). ลายคำจั๋งโก๋ลวดลายแห่งอัตลักษณ์ล้านนา (พิมพ์ครั้งที่ 2). โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา.
วีรภัทร สุธีรางกูร. (2563). การสร้างสรรค์ศิลปะภาพพิมพ์ดิจิทัลร่วมสมัยจากแนวคิดวัฒนธรรมไทย. Sripatum University Institutional Repository. https://dspace.spu.ac.th/handle/123456789/6639
สุจิตรา ตรีรัตนนุกูล, ปริญญา เรืองทิพย์, และปิยะทิพย์ ประดุจพรม. (2562). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ สำหรับส่งเสริมกรอบความคิดด้านเชาวน์ปัญญาของนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา. วารสารบัณฑิตศึกษา: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 12(1), 101-115. http://journalgrad.ssru.ac.th/index.php/issue14/article/view/2026
สุริยะ ฉายะเจริญ, สุชาติ เถาทอง, พิชัย สดภิบาล, และกรกต อารมณ์ดี. (2564). หลักการวิเคราะห์และการตีความแก่นความรู้ทางศิลปะออกแบบขั้นสูง. ใน เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ วิจัย และงานสร้างสรรค์ศิลปกรรมสถาปัตยกรรม ครั้งที่ 6: When Architecture meet Art (น.797-805). คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยนเรศวร.
Chapman, S., McPhee, P., & Proudman, B. (1995). What is Experiential Education? In Warren, K. (Ed.), The Theory of Experiential Education (pp. 235-248). Kendall/Hunt Publishing Company.
Kolb, A. Y., & Kolb, D. A. (2009). The learning way: Meta-cognitive aspects of experiential learning. Simulation & Gaming, 40(3), 297–327. https://doi.org/10.1177/1046878108325713
Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Prentice-Hall.
Moon, J. A. (2004). A handbook of reflective and experiential learning: Theory and practice. Routledge.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ปัญญา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ผลการวิจัยและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความ ถือเป็นความคิดเห็นและอยู่ในความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ มิใช่ความเห็นหรือความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ หรือมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา ทั้งนี้ไม่รวมความผิดพลาดอันเกิดจากการพิมพ์ บทความที่ได้รับการเผยแพร่โดยวารสารปัญญา ถือเป็นสิทธิ์ของวารสารฯ


