การพัฒนาตัวชี้วัด โมเดลการวัด และแบบวัดสมรรถนะองค์กร สำหรับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
คำสำคัญ:
ตัวชี้วัด, โมเดลการวัด, แบบวัด, สมรรถนะองค์กร, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาตัวชี้วัดและโมเดลการวัดสมรรถนะองค์กร และ 2) พัฒนาแบบวัดสมรรถนะองค์กรสำหรับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสม แบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 การวิจัยเชิงคุณภาพ ศึกษาจากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 80 รูป/คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์เชิงลึกชนิดมีโครงสร้างและกึ่งโครงสร้าง และแบบสังเกตการปฏิบัติงาน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ระยะที่ 2 การวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างคือ ข้าราชการสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจำนวน 418 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบวัดสมรรถนะองค์กรจำนวน 65 ข้อ และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับสอง
ผลการวิจัยพบว่า
- โมเดลการวัดสมรรถนะองค์กรประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) สมรรถนะหลัก 2) สมรรถนะเชี่ยวชาญ และ 3) สมรรถนะทางสังคม รวมทั้งสิ้น 13 ตัวชี้วัด
- เครื่องมือที่พัฒนาขึ้นเป็นแบบวัดมาตรประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 65 ข้อ มีค่าความเที่ยงทั้งฉบับ (α) เท่ากับ .990 ผลการตรวจสอบความตรงเชิงโครงสร้างพบว่า โมเดลมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์อยู่ในเกณฑ์ดี ( (47, N = 418) = 60.676, p =.087, CFI =.998, RMSEA = .026) แสดงให้เห็นว่าแบบวัดที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพ สามารถนำไปใช้ประเมินและพัฒนาบุคลากรของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
ฉัตราภรณ์ อักษร และจตุภูมิ เขตจัตุรัส. (2562). โมเดลการวัดสมรรถนะการปฏิบัติงานของบุคลากรสายสนับสนุนตำแหน่งนักวิชาการศึกษา. วารสารวิจัย มข. (ฉบับบัณฑิตศึกษา) สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 7(3), 12–23. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/gskkuhs/article/view/226274
ชมพู โกติรัมย์, นฤมล พระใหญ่, และนริศรา ศิริพันธศักดิ์. (2563). การศึกษาความไม่แปรเปลี่ยนของโมเดลการวัดสมรรถนะทางสังคมของนักศึกษาคณะอุตสาหกรรมบริการ. วารสารศิลปศาสตร์ มทร.กรุงเทพ, 2(2), 31–41. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/larts-journal/article/view/244885
ชยุต พิพัฒนฐาดร, ไพรัตน์ วงษ์นาม, และสุรีพร อนุศาสนนันท์. (2560). การพัฒนาแบบวัดสมรรถนะการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในประเทศไทยเมื่อเข้าสู่ยุคอาเซียนภิวัตน์. วารสารศึกษาศาสตร์, 28(2). 159-174. https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/3453
ธันยพร พงศ์เสาวภาคย์. (2564). ความท้าทายที่ส่งผลต่อความก้าวหน้าในอาชีพของข้าราชการสตรี: สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD). https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/8024
ปราณี มีหาญพงษ์ และกรรณิการ์ ฉัตรดอกไม้ไพร. (2561). การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวิจัยทางการพยาบาล. วารสารพยาบาลทหารบก, 19(1), 9–15. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JRTAN/ article/view/121885
ปริญญา จิตอร่าม. (2563). การพัฒนาตัวชี้วัดสมรรถนะ การแก้ปัญหาและการพัฒนาสาธารณสุขของนักสาธารณะสุขชุมชน. วิชาการสาธารณสุขชุมชน, 6(1), 84–99. https://he02.tci-thaijo.org/ index.php/ajcph/article/view/247336
พรพิมล ศิริวุฒิรังสรรค์. (2562). การพัฒนาบุคลากรภาครัฐของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด : กรณีศึกษาสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรสาคร [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยรามคำแหง]. https://www3.ru.ac.th/mpa-abstract/index.php/abstractData/viewIndex/226
ภัทรชนก คุณธร. (2561). การพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรเพื่อรองรับระบบราชการ 4.0. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]. Thammasat University Digital Collections . https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:166483
ศักดิ์ชัย จันทะแสง. (2567). การสร้างและการตรวจสอบคุณภาพแบบสอบถามสำหรับการวิจัย. วารสารวิชาการ ปขมท, 13(1), 1–15.
ศิริกานต์ สุริยวัฒนานนท์, อัจฉรา นิยมาภา, วิสุทธิ์ วิจิตรพัชราภรณ์, และสุพจน์ เกิดสุวรรณ. (2561). การพัฒนาตัวชี้วัดสมรรถนะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรม การส่งเสริมการศึกษาเอกชน. สักทอง: วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร, 24(3), 59–74. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/tgt/article/view/169253
ศิริรัตน สุดใจ, อัจฉรา นิยมาภา, สนั่น ประจงจิตร, และสุพจน์ เกิดสุวรรณ. (2562). การพัฒนาตัวชี้วัดสมรรถนะประจำสายงานของข้าราชการทหารที่ทำหน้าที่สอน ในสถาบันการศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม. สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ, 10(3), 61–73. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ndsijournal/ article/view/231945
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน. (2553). คู่มือการกำหนดสมรรถนะในราชการพลเรือน: คู่มือสมรรถนะหลัก. สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน.
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. (2560). แผนยุทธศาสตร์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 20 ปี ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2560 - 2564). https://onab.go.th/th/content/category/detail/id/26/iid/6540
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. (2564). รายงานประจำปี 2564 Annual Report 2021. โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
Cheung, G. W., Cooper-Thomas, H. D., & Lau, R. S. (2024). Reporting reliability, convergent and discriminant validity with structural equation modeling: A review and best practice recommendations. Asia Pacific Journal of Management, 41, 745–783. https://doi.org/10.1007/s10490-023-09871-y
Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2019). Multivariate data analysis (8th ed.). Cengage Learning.
Hsieh, S.-C., Lin, J.-S., & Lee, H.-C. (2012). Analysis on literature review of competency. The Journal of International Management Studies, 2(1), 25–50. https://api.semanticscholar .org/CorpusID:112328208
Nubsaen, C., Visaetsilapanonta, P., Jiawiwatkul, U., & Chianchana, C. (2025). Soft skills development among vocational students in courses related to medical and comprehensive healthcare industry. Kasetsart Journal of Social Sciences, 46(1), 460129. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/kjss/article/view/279078
Phanphairoj, K., & Waleeittipat, S. (2022). Measurement scale of design thinking competency for Thai graduates' 21st century skills. Kasetsart Journal of Social Sciences, 43(4), 857–866. https://doi.org/10.34044/j.kjss.2022.43.4.08
Polit, D. & Beck, C. (2012). Data collection in quantitative research. In D. Polit & C. Beck (Eds), Nursing Research, Generating and Assessing Evidence for Nursing Practice 9th Edition (pp. 293-327). Wolters Kluwer Health/Lippincott Williams & Wilkins, Philadelphia.
Santos, A. C., Simões, C., Melo, M. H. S., Santos, M. F., Freitas, I., Branquinho, C., Cefai, C., & Arriaga, P. (2023). A systematic review of the association between social and emotional competencies and student engagement in youth. Educational Research Review, 39, 100535. https://doi.org/10.1016/j.edurev.2023.100535
Schumacker, R. E., & Lomax, R. G. (2016). A beginner’s guide to structural equation modelling (4th ed.). Taylor & Francis.
Skrinjaric, B., (2022). Competence-based approaches in organizational and individual context. humanities and social sciences communications, 9, 28. https://doi.org/10.1057/s41599-022-01047-1
Staskevica, A. (2019). The importance of competency model development. Acta Oeconomica Pragensia, 27(2), 62–71. https://doi.org/10.18267/j.aop.622
Wongthongdee, S., Petcharaks, N., Kumsuprom, S., Navanuch, P., Tantrajin, P., Jaisue, N., Dejthongjun, S., Limpananarkthong, S., Soponpatima, T., Limlerjalearnvanit, N., Limsiri, P., & Punyajaroen, S. (2025). A proposed competency model for future Thai executives. Journal of Politics and Governance, 15(1), 63–79. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jopag/article/view/278743
Yangchai, P., & Phanchan, C. (2026). Organizational competency development strategy for the National Office of Buddhism. Journal of Local Governance and Innovation, 10(1), e297658. https://doi.org/10.65205/jlgisrru.2026.e296148
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ปัญญา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ผลการวิจัยและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความ ถือเป็นความคิดเห็นและอยู่ในความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ มิใช่ความเห็นหรือความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ หรือมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา ทั้งนี้ไม่รวมความผิดพลาดอันเกิดจากการพิมพ์ บทความที่ได้รับการเผยแพร่โดยวารสารปัญญา ถือเป็นสิทธิ์ของวารสารฯ


