ประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการฝนหลวงเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดนครสวรรค์

ผู้แต่ง

  • สุภาพร ปานดำ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, ประเทศไทย
  • โชติ บดีรัฐ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, ประเทศไทย
  • ยุวดี พ่วงรอด มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, ประเทศไทย

คำสำคัญ:

ประสิทธิภาพการบริหารจัดการ; , โครงการฝนหลวง; , ภัยแล้ง; , การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ;, หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการฝนหลวงเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง 2) เปรียบเทียบความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการฝนหลวงจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และ 3) ศึกษาแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการฝนหลวงของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดนครสวรรค์ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี กลุ่มตัวอย่างเชิงปริมาณ ได้แก่ ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ศึกษา จำนวน 380 คน และผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบสอบถามมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.899 วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Independent Samples t-test และ One-way ANOVA ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. ประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการฝนหลวงโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และทุกด้านอยู่ในระดับมาก ได้แก่ ด้านทรัพยากร ด้านกระบวนการบริหารจัดการ ด้านสิ่งแวดล้อมภายนอก ด้านประสิทธิภาพการดำเนินงาน ด้านการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และด้านนวัตกรรมและการพัฒนาองค์ความรู้
2. ความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการบริหารจัดการโดยภาพรวมเมื่อจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลส่วนใหญ่ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่พบความแตกต่างรายด้าน ได้แก่ อายุในด้านนวัตกรรมและการพัฒนาองค์ความรู้ และรายได้ต่อเดือนในด้านสิ่งแวดล้อมภายนอก
3. แนวทางการพัฒนาควรมุ่งเสริมความพร้อมด้านทรัพยากร เพิ่มความคล่องตัวของกระบวนการบริหารจัดการ พัฒนาระบบข้อมูลและการใช้เทคโนโลยี ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และพัฒนาระบบจัดการองค์ความรู้เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ

เอกสารอ้างอิง

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร. (2567). รายงานการปฏิบัติการฝนหลวง ประจำปี 2567 ประจำวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567. กรุงเทพฯ: กรมฝนหลวงและการบินเกษตร.

กรมอุตุนิยมวิทยา. (2565). ปริมาณฝนเฉลี่ยรายปีของประเทศไทย (มม.) ในคาบ 30 ปี. กรุงเทพฯ: กรมอุตุนิยมวิทยา.

เกรียงศักดิ์ โชควรกุล. (2563). แนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในภาวะภัยแล้งแบบบูรณาการ ของชุมชนบ้านนาฝาย ตำบลนาฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์, 22(2), 127-148.

ชัชชัย ปะมาคะเต. (2558). การบริหารทรัพยากรน้ำในท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม: รูปแบบหนึ่งของการบริหารกิจการสาธารณะการบริหารทรัพยากรน้ำในท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม: รูปแบบหนึ่งของการบริหารกิจการสาธารณะ. Local Administration Journal, 8(2), 23-38. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/colakkujournals/article/view/88285

นิภาพรรณ เจนสันติกุล. (2565). การประยุกต์ใช้ทฤษฎีกลุ่มและทฤษฎีการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่ชุมชนป่าภูถ้ำและแก่งละว้า จังหวัดขอนแก่น. วารสารสังคมศาสตร์บูรณาการ มหาวิทยาลัยมหิดล, 9(2), 215-239. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/isshmu/article/view/257913

ปริชาติ ดิษฐกิจ, สัจจา บรรจงศิริ, จรรยา สิงห์คำ และปกรณ์ ดิษฐกิจ. (2565). บทเรียนการจัดการภัยพิบัติด้านน้ำและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำขององค์การบริหารส่วนตำบลลำประดา จังหวัดพิจิตร. วารสารเกษตร มสธ., 4(2), 49-60.

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2566). สำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 ภาคเหนือ. กรุงเทพฯ: สำนักงานสถิติแห่งชาติ.

World Meteorological Organization. (2025). WMO statement on weather modification. Geneva: World Meteorological Organization.

Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis. (3rd ed.). New York: Harper & Row.

เผยแพร่แล้ว

2026-08-31

รูปแบบการอ้างอิง

ปานดำ ส., บดีรัฐ โ., & พ่วงรอด ย. (2026). ประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการฝนหลวงเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดนครสวรรค์. วารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรม, 13(2). สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/prij/article/view/292620

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย (Research Article)