การจัดระบบสารสนเทศการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4
คำสำคัญ:
การจัดระบบสารสนเทศ ; การบริหารงานวิชาการ ; สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาการจัดระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารงานวิชาการ และ 2) เปรียบเทียบสภาพการจัดระบบสารสนเทศดังกล่าวของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4 โดยจำแนกตามขนาดของโรงเรียน การวิจัยตั้งสมมติฐานว่าโรงเรียนขนาดใหญ่จะมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการระบบสารสนเทศสูงกว่าโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ ครูผู้ปฏิบัติงานในสังกัด สพป.เชียงใหม่ เขต 4 จำนวน 285 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นตามสัดส่วนขนาดของโรงเรียน (เล็ก กลาง ใหญ่) โดยใช้ตารางของเครจซี่และมอร์แกน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ค่าความถี่, ค่าร้อยละ, ค่าเฉลี่ย, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกลุ่ม
ผลการวิจัยพบว่า สภาพการจัดระบบสารสนเทศโดยรวมการจัดระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาอยู่ใน ระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยรวม 3.87 เมื่อจำแนกเป็นรายด้าน พบว่าด้านที่มีการปฏิบัติในระดับสูงสุดคือ ด้านการนิเทศภายในสถานศึกษา รองลงมาคือ ด้านสื่อและนวัตกรรมการเรียนการสอน และ ด้านการวัดผลประเมินผลการเรียนรู้ ตามลำดับ ส่วนด้านที่ค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ด้านกระบวนการเรียนรู้ ผลการเปรียบเทียบตามขนาดโรงเรียน ผลการวิเคราะห์เพื่อทดสอบสมมติฐานพบว่าขนาดของโรงเรียนส่งผลต่อประสิทธิภาพการจัดระบบสารสนเทศแตกต่างกันไปในแต่ละด้าน ดังนี้ ด้านการพัฒนาหลักสูตร: ไม่พบความแตกต่าง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างโรงเรียนทุกขนาด ชี้ให้เห็นว่าทุกโรงเรียนดำเนินงานภายใต้กรอบและมาตรฐานเดียวกันจากส่วนกลาง ด้านสื่อและนวัตกรรม และ ด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน: พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ โดย โรงเรียนขนาดใหญ่ มีการดำเนินงานในระดับที่สูงกว่าโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลางอย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนถึงความได้เปรียบด้านทรัพยากร งบประมาณ และโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี ด้านการนิเทศภายในสถานศึกษา: โรงเรียนขนาดเล็ก มีการดำเนินงานต่ำกว่าโรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่โรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่ไม่มีความแตกต่างกัน แสดงให้เห็นว่าโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่กว่ามีโครงสร้างและระบบการนิเทศที่เป็นทางการและต่อเนื่องมากกว่า ด้านกระบวนการเรียนรู้ และ ด้านการวัดผลประเมินผล: พบความแตกต่างที่ซับซ้อน โดย ด้านกระบวนการเรียนรู้ โรงเรียนขนาดกลางมีความแตกต่างจากโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ส่วน ด้านการวัดผลประเมินผล พบความแตกต่างระหว่างโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง โดยสรุป สมมติฐานที่ตั้งไว้ได้รับการสนับสนุนเพียงบางส่วน เนื่องจากขนาดของโรงเรียนไม่ได้ส่งผลให้โรงเรียนขนาดใหญ่มีประสิทธิภาพสูงกว่าในทุกมิติ แม้โรงเรียนขนาดใหญ่จะมีความโดดเด่นในด้านที่ต้องอาศัยทรัพยากรสูง เช่น สื่อและนวัตกรรม แต่ในด้านการพัฒนาหลักสูตรกลับไม่พบความแตกต่าง ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการวางนโยบายสนับสนุนที่แตกต่างกันตามบริบทของขนาดโรงเรียน โดยเฉพาะการเสริมสร้างศักยภาพด้านเทคโนโลยีและทรัพยากรให้แก่โรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง