การพัฒนาทักษะครูด้านการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้เทคนิค STAD ของโรงเรียนสหราษฎร์อนุกูล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต 3
คำสำคัญ:
การพัฒนาทักษะครู;, การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ;, เทคนิค STAD;, โรงเรียน สหราษฎร์อนุกูล;, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาครูให้มีความรู้ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้เทคนิค STAD 2) พัฒนาทักษะครูในการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ 3) ศึกษาความพึงพอใจของครูต่อการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ และ 4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนในการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยใช้เทคนิค STAD การวิจัยเป็นแบบวิจัยเชิงปฏิบัติการตามแนวคิดของเคมมิสและแมกแทกการ์ท ดำเนินการ 2 วงรอบ แต่ละวงรอบประกอบด้วยการวางแผน การปฏิบัติ การสังเกต และการสะท้อนผล กลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้า 9 คน คือครูผู้สมัครใจในโรงเรียนสหราษฎร์อนุกูล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3 เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบทดสอบ แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต แบบบันทึกการประชุม แบบประเมินทักษะ และแบบสอบถาม ข้อมูลวิเคราะห์ด้วยวิธีพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า
1. ครูมีความรู้ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคะแนนเฉลี่ยหลังการประชุมเชิงปฏิบัติการสูงกว่าก่อนประชุม 3.89 คะแนน
2. ทักษะการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือของครูอยู่ในระดับมาก ( = 4.15) โดยเฉพาะขั้นการทดสอบย่อยและการให้คะแนนพัฒนาการ (
= 4.22) ทั้งนี้ครู 2 คนที่มีผลการจัดการเรียนรู้ในระดับปานกลางได้รับการนิเทศร่วมพัฒนาในวงรอบที่ 2 และสามารถพัฒนาขึ้นสู่ระดับมาก (
= 4.44)
3. ครูมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD อยู่ในระดับมาก ( = 4.33)
4. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD อยู่ในระดับมากเช่นกัน (= 4.45)
โดยสรุป การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ช่วยพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะของครู ตลอดจนสร้างความพึงพอใจแก่ครูและนักเรียน ส่งผลให้การจัดการเรียนรู้เกิดประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม
เอกสารอ้างอิง
แคทรียา ใจมูล. (2550). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค STAD ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนห้วยส้านยาววิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงราย เขต 2. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). เชียงราย: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.
ทิศนา แขมมณี. (2556). ศิลปะการสอน: ศาสตร์และศิลป์แห่งความเป็นครู. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม. (2542). ราชกิจจานุเบกษา, 116(74ก).
ยุรพงษ์ ฉัตรศุภสิริ. (2553). การเปรียบเทียบผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง ความน่าจะเป็น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ STAD กับการเรียนรู้แบบปกติ. (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ศิริวิมล หล้าหนูเหม่า. (2566). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วารสารการบริหารนิติบุคคลและนวัตกรรมท้องถิ่น, 9(2), 155-167.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2563). รายงานการศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
สุธรรม ธรรมทัศนานนท์. (2554). หลักการ ทฤษฎี และนวัตกรรมการบริหารการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 2). มหาสารคาม: วิทยาลัยมหาสารคาม.
สุวิมล ว่องวานิช. (2553). การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อุษา มูลแก้ว. (2564). การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD ร่วมกับการใช้แผนผังความคิด (Mind Mapping) เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการเขียนย่อความสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต). พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
Johnson, D. W., & Johnson, R. T. (2009). An educational psychology success story: Social interdependence theory and cooperative learning. Educational Researcher, 38(5), 365-379. https://doi.org/10.3102/0013189X09339057
Slavin, R. E. (1995). Cooperative learning: Theory, research, and practice (2nd ed.). Boston, MA: Allyn & Bacon.