แนวทางการพัฒนาสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต 3
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของการบริหารสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต 3 และ 2) เสนอแนวทางการพัฒนาสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนขนาดเล็กสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต 3 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาเชิงปริมาณ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 292 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.95 ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก กับผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย () ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่าดัชนีลำดับความต้องการจำเป็น (PNImodified) และ
การวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันของการบริหารสู่ความเป็นเลิศโดยภาพรวมอยู่ในระดับ
ปานกลาง สภาพที่พึงประสงค์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และความต้องการจำเป็น โดยรวมมีค่าเท่ากับ 0.470 โดยพบว่า ด้านที่มีค่าความต้องการจำเป็นสูงสุด 2 อันดับแรก คือ ด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน และด้านการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือกับชุมชน และ 2) แนวทางการพัฒนาสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ ที่ได้จากการสังเคราะห์ข้อมูลและยืนยันโดยผู้ทรงคุณวุฒิ มีรวมทั้งสิ้น 15 แนวทาง ซึ่งมีความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ในระดับ มากถึงมากที่สุด แนวทางที่สำคัญที่สุด คือ
เน้นการพัฒนาระบบ ได้แก่ การสร้างความเข้มแข็งให้กระบวนการ PLC เพื่อเป็นกลไกหลักในการวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนและวางแผนการสอน การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบ ดูแลช่วยเหลือนักเรียน เพื่อออกแบบการเรียนรู้ที่แตกต่างหลากหลาย การนำระบบ ผู้นำร่วม (Shared Leadership) มาใช้อย่างเป็นทางการ การกำหนดให้การเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เป็นนโยบายหลักของสถานศึกษา การใช้แพลตฟอร์ม โซเชียลมีเดีย เป็นช่องทางสื่อสารหลักกับชุมชนเพื่อสร้างความโปร่งใส และการริเริ่มโครงการจัดทำฐานข้อมูลดิจิทัล ของสถานศึกษา
คำสำคัญ : การบริหารสู่ความเป็นเลิศ, โรงเรียนขนาดเล็ก