การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของครูในโรงเรียนขนาดเล็กสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 4
คำสำคัญ:
รูปแบบการเสริมสร้างภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์;, นวัตกรรมการเรียนรู้; , โรงเรียนขนาดเล็กบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาการเสริมสร้างภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของครูในโรงเรียนขนาดเล็กสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 4 2) ออกแบบและสร้างรูปแบบ 3) ประเมินรูปแบบ 4) เปรียบเทียบผลการทดลองใช้รูปแบบระหว่างก่อนและหลังการทดลอง และ 5) ศึกษาผลการใช้รูปแบบ ด้านประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และคุณค่า กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ สถานศึกษาขนาดเล็ก เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 4 จำนวน 40 แห่ง ผู้ให้ข้อมูล คือครู โรงเรียนละ 2 คน รวมทั้งสิ้น 80 คน และโรงเรียนบ้านบะลังกา เป็นโรงเรียนปฏิบัติการทดลอง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม แบบประเมินรูปแบบ แผนปฏิบัติการทดลอง แบบประเมินก่อนและหลังการทดลองใช้รูปแบบ และแบบประเมินผลการใช้รูปแบบด้านประสิทธิภาพ ด้านประสิทธิผล และด้านคุณค่า ตรวจสอบหาคุณภาพเครื่องมือโดยการหาค่าความสอดคล้องของข้อคำถามกับวัตถุประสงค์โดย (IOC) ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีแบบกลุ่มไม่อิสระ (t-test dependent) และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. สภาพปัญหาการพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของครูในโรงเรียนขนาดเล็กสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 4 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก
2. รูปแบบการพัฒนาการเสริมสร้างภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของครูในโรงเรียนขนาดเล็ก สังเคราะห์จากแนวคิดทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องได้ CEPLA Model ประกอบด้วย การคิดสร้างสรรค์ (Creativity – C) การฝึกภาวะผู้นำ ( Empowerment – E) การเสริมทักษะการแก้ไขปัญหา (Problem Solving skill – P) การเสริมทักษะภาวะผู้นำ (Leadership Skill – L) การสร้างแรงจูงใจผ่านการยกย่อง และให้กำลังใจ (Appreciation – A)
3. ผลการประเมินความเหมาะสม ความถูกต้อง และความเป็นไปได้ของรูปแบบ ผู้ทรงคุณวุฒิมีความเห็นด้วย โดยมีค่าความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหว่าง 0.80 -1.00 4) ผลการเปรียบเทียบการทดลองใช้รูปแบบหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 5) ผลการใช้รูปแบบด้านประสิทธิภาพ ด้านประสิทธิผล และด้านคุณค่า อยู่ในระดับมากที่สุด สอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้