การนิเทศการศึกษาในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 : กรณีศึกษาการใช้กระบวนการนิเทศแบบ SM3
คำสำคัญ:
การนิเทศการศึกษา, การพัฒนาครู, การวิจัยในชั้นเรียนบทคัดย่อ
การนิเทศการศึกษาแบบดั้งเดิมถูกเร่งให้มีการปฏิรูปโดยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้กระบวนการนิเทศการศึกษาที่ผสมผสานกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมและแนวคิดการเรียนรู้แบบผสมผสานเกิดขึ้น กระบวนการนิเทศดังกล่าวมีชื่อว่า SM3 โดยที่ SM1 คือการนิเทศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ SM2 คือการนิเทศแบบพบกลุ่ม และ SM3 คือการนิเทศโดยการเปิดบ้านนวัตกรรม ซึ่งกิจกรรมการนิเทศถูกปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามมาตรการการผ่อนปรนจากภาครัฐ ผลการนิเทศการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้จากการวิจัยในชั้นเรียนของครูประถมศึกษา ผู้รับการนิเทศได้รับการนิเทศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และการนิเทศพบกลุ่ม ทำให้ครูมีแนวทางในการในการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ ครูส่วนใหญ่มีความเห็นว่าการใช้กระบวนการนิเทศการศึกษาดังกล่าวทำให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ และการเขียนรายงาน การพัฒนานวัตกรรม ซึ่งผลการนิเทศดังกล่าวทำให้นวัตกรรมการเรียนรู้ของโรงเรียนจำนวน 30 โรงเรียน ผ่านการคัดเลือกผลงานด้านนวัตกรรมของโครงการโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
เอกสารอ้างอิง
ประทีป ทองด้วง และจุติพร ขาวมะลิ. (2562). การจัดการความรู้ในการสร้างรูปแบบนิเทศการศึกษาที่เหมาะสมสำหรับสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบนิเทศภายในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2. สุราษฎร์ธานี: สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2.
พัชนี ยุรชัย และคณะ. (2552). การพัฒนาครูด้านการทำวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนภัทรดล อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม, 3(3), 129-142
วัชรา เล่าเรียนดี. (2556). ศาสตร์การนิเทศการสอน และการโค้ช การพัฒนาวิชาชีพ : ทฤษฎีกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ. พิมพ์ครั้งที่ 12. นครปฐม: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขต พระราชวังสนามจันทร์นครปฐม.
วิจารณ์ พานิช. (2551). การจัดการความรู้จากงานประจำสู่งานวิจัย. หมออนามัย, 18(1), 25–28.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2. (2563). การวิจัยเชิงผสมผสานเพื่อพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (SM3) และการประยุกต์ใช้ทฤษฎีฐานราก (Grounded theory) ในการสังเคราะห์รูปแบบการจัดการเรียนรู้โรงเรียนคุณภาพประจำตำบลภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2. สุราษฎร์ธานี: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานีเขต 2.
Anderson, C., Day K., & McLaughlin, P. (2006). Mastering the dissertation: Lecturers’ representations of the purposes and process of master’s level dissertation supervision. Studies in Higher Education, 31(2), 149-168.
Augustsson, G., & Jaldemark, J. (2014). Online supervision: A theory of supervisors' strategic communicative influence on student dissertations. Higher Education, 67(1), 19-33.
Mette, I. (2020). Reflections on Supervision in the Time of COVID-19. Journal of Educational Supervision, 3(3). https://doi.org/10.31045/jes.3.3.1
Kemmis, S., Mctaggart, R. & Nixon, R. (2014). The Action Research Planner: Doing Critical Participatory Action Research. Singapore: Springer Singapore. https://doi.org/10.1007/978-981-4560-67-2
Wiles, J., & Bondi, J. (2004). Supervision: A Guide to Practice. (6Th ed.) New Jersey: Pearson.
Prentice-Hall.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิชาการโรงเรียนนายเรือ ด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และ ศึกษาศาสตร์ ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการโรงเรียนนายเรือ ด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และ ศึกษาศาสตร์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของโรงเรียนนายเรือ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จากโรงเรียนนายเรือก่อนเท่านั้น