การพัฒนาแบบวัดความวิตกกังวลทางคณิตศาสตร์ Afshan (Afmas) สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย

ผู้แต่ง

  • อัครพล พรมตรุษ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • ปรัชชาวดี วังสาย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • สุนันทา ส่งนุ่น คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • น้ำทิพย์ องอาจวาณิชย์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

คำสำคัญ:

ความวิตกกังวลทางคณิตศาสตร์, แบบวัด, นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อตรวจสอบความตรงและความเที่ยงของแบบวัดความวิตกกังวลทางคณิตศาสตร์ของ Afshan et al. และ 2) เพื่อศึกษาความวิตกกังวลทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจำแนกตามระดับชั้นและเพศที่แตกต่างกัน กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย ได้มาจากวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน โดยมีการตอบกลับจากนักเรียนจำนวน 412 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบวัดความวิตกกังวลทางคณิตศาสตร์ของ Afshan et al. (2022) โดยแปลเป็นภาษาไทย แบ่งเป็นสองตอน ตอนที่ 1 เป็นข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบ และตอนที่ 2 เป็นแบบวัดความวิตกกังวลทางคณิตศาสตร์ มีข้อรายการจำนวน 24 ข้อ เป็นมาตรวัดประมาณค่า 5 ระดับ ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ คือ ความวิตกกังวลในบทเรียนคณิตศาสตร์ ความวิตกกังวลในการเรียนคณิตศาสตร์  ความวิตกกังวลในการประเมินคณิตศาสตร์ และความวิตกกังวลในการทดสอบคณิตศาสตร์ วิเคราะห์ข้อมูล โดยหาค่าความเที่ยงแบบสอดคล้องภายในและวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน ผลการวิจัยพบว่า 1) แบบวัดความวิตกกังวลทางคณิตศาสตร์มีความเที่ยงสูงเท่ากับ .947 และโมเดลการวัดมีความตรงเชิงโครงสร้าง (Construct Validity) และ 2) นักเรียนที่ระดับชั้นแตกต่างกันมีความวิตกกังวลทางคณิตศาสตร์ไม่แตกต่างกัน นักเรียนเพศหญิงมีค่าเฉลี่ยความวิตกกังวลทางคณิตศาสตร์มากกว่าเพศชาย และระดับชั้นกับเพศไม่มีอิทธิพลปฏิสัมพันธ์ต่อความวิตกกังวลทางคณิตศาสตร์ 

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกรกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. สืบค้นจาก http://academic.obec.go.th/images/document/1559878925_d_1.pdf

ณัฐณิชา เถาว์โท. (2563). การเปรียบเทียบการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์องนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีความวิตกกังวลทางคณิตศาสตร์และการรับรู้ความสามารถของตนเองที่แตกต่างกัน (วิทยานิพนธ์ปริญญารุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

ประสพชัย พสุนนท์. (2558). ความเที่ยงตรงของแบบสอบถามสำหรับงานวิจัยทางสังคมศาสตร์. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 18(18), 375-396.

ไพศาล วรคำ. (2555). การวิจัยทางการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 5). มหาสารคาม: ตักสิลาการพิมพ์.

มณีรัศมิ์ พัฒนสมบัติสุข. (2564). การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัยทางการพยาบาลและสังคมศาสตร์. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 8(2), 329-343.

วราพร เอราวรรณ์. (2564). การวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยทางการศึกษาด้วยโปรแกรม Mplus. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

วิกิพีเดีย. (2562). อาการกลัวคณิตศาสตร์. สืบค้นจาก https://th.wikipedia.org/wiki/อาการกลัวคณิตศาสตร์.

สุทิศา ตันติกุลวิจิตร, เสรี ชัดแช้ม, ภัทรวดี มากมี และศราวิน เทพสถิตภรณ์. (2562). ผลของความแตกต่างระหว่างเพศและบุคลิกภาพที่มีต่อรูปภาพ และเสียงดิจิตอลที่เร้าอารมณ์ด้านการตื่นตัวในผู้ใหญ่ตอนต้น : การศึกษาคลื่นไฟฟ้าสมองสัมพันธ์กับเหตุการณ์. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์, 27(3), 64-78.

Afshan, N., Rizwan, A. R., Irfan, B., Khateeb, A. K., Abdul, G. & Abdul, M. (2022). Development And Validation Of Afshan Mathematics Anxiety Scale (Afmas). Webology, 19(3),1991-2011.

Bradley, M.M., & Lang, P.J. (2007). The International Affective Digitized Sounds (IADS-2): Affective ratings of sounds and instruction manual. Tech. Rep. B-3. University of Florida: Gainesville, Florida.

DeVellis, R. F. (2017). Scale Development: Theory and Applications. (4th ed.). Thousand Oaks, CA: SAGE.

Ding, L., Velicer, W.F., & Harlow, L.L. (1995). Effects of estimation methods, number indicators per factor, and improper solutions on structural equation modeling fit indices. Structural Equation Modeling. 2, 119 - 144.

Fennema, E. & Sherman, J.A. (1976). Fennema-Sherman mathematics attitudes scales: Instruments designed to measure attitudes towards toward the learning of mathematics by females and males. Journal for Research in Mathematics Education, 7(5), 324–326.

Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R.E. (2019). Multivariate Data Analysis. (8th ed.). Andover, Hampshire: Cengage.

Hembree, R. (1990). The nature, effects, and relief of mathematics anxiety. Journal for Research in Mathematics Education, 21, 33–46, doi:10.2307/749455

Kline, P. (1999). The handbook of psychological testing. 2nd ed. London: Routledge.

Plake, B. S., & Parker, C. S. (1982). The development and validation of a revised version of the Mathematics Anxiety Rating Scale. Educational and Psychological Measurement, 42(2), 551-557. https://doi.org/10.1177/001316448204200218

Richardson, F. C., & Suinn, R. M. (1972). The Math Anxiety Rating Scale: Psychometric data. Journal of Counseling Psychology, 19(6), 551–554. https://doi.org/10.1037/h0033456

Sandman, R. S. (1980). The mathematics attitude inventory: Instrument and user's manual. Journal for Research in Mathematics Education, 11(2), 148–149.

Tabachnick, B. G., & Fidell, L. S. (2007). Using Multivariate Statistics. (4th ed.). New York: Pearson.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-07-27

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย