ผลการใช้กระบวนการนิเทศการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาสำหรับครูผู้สอนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
คำสำคัญ:
การนิเทศการศึกษา, การพัฒนาครู, สะเต็มศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาผลการใช้กระบวนการนิเทศการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาสำหรับครูผู้สอนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี 1.1) เพื่อเปรียบเทียบความรู้เรื่องการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาของครูผู้สอนในจังหวัดสุราษฎร์ธานีก่อนและหลังการใช้กระบวนการนิเทศ 1.2) เพื่อศึกษาคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาของครูผู้สอนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี 1.3) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาของครูผู้สอนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของครูที่มีต่อการนิเทศด้วยกระบวนการนิเทศจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาสำหรับครูผู้สอนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประชากร ได้แก่ ครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และวิชาคณิตศาสตร์ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปีการศึกษา 2564 จำนวน 2,034 คน กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยครั้งนี้คือ ครูผู้สอนรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณิตศาสตร์ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่สมัครเข้าร่วมพัฒนา จำนวน 18 คน การได้มาซึ่งกลุ่มเป้าหมายได้มาจากการเลือกแบบจำเพาะเจาะจง (Purposive sampling) ผลการวิจัยพบว่า ผลการใช้กระบวนการนิเทศการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาสำหรับครูผู้สอนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ขั้นประเมินความต้องการจำเป็นและระบุปัญหา พบว่าความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาของครูด้านการออกแบบการเรียนรู้บูรณาการมีความต้องการจำเป็นมากที่สุด รองลงมาคือ ด้านการประเมินกระบวนการทำงานและผลงานของผู้เรียน โดยที่ครูมีคะแนนทดสอบความรู้เรื่องการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาสูงกว่าก่อนการทบทวนความรู้ และคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาในภาพรวมอยู่ในระดับดี พฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา ผลการประเมินพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา พบว่าภาพรวมครูผู้สอนมีผลการประเมินครั้งที่ 1 อยู่ในระดับปานกลาง และผลการประเมินครั้งที่ 2 อยู่ในระดับดี ครูมีความพึงพอใจต่อการนิเทศด้วยกระบวนการนิเทศการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาสำหรับครูผู้สอนในจังหวัดสุราษฎร์ธานีอยู่ในระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
กมลวรรณ ตังธนกานนท์. (2563). การวัดและประเมินทักษะการปฏิบัติ. (พิมพ์ครั้งที่3). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). (ร่าง) กรอบทิศทางแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2574. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.
โชติกา ภาษีผล. (2563). การพัฒนาแบบสอบคู่ขนาน การสร้างและการวิเคราะห์ความเป็นคู่ขนาน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนวัฒน์ ศรีไพโรจน์. (2561). อิทธิพลของโปรแกรมการโค้ชการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานที่มีต่อ สมรรถนะของครูผู้สอนเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมขอ ผู้เรียน. (วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต). กรุงเทพฯ: ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. สืบค้นจาก http://bsris.swu.ac.th/thesis/55199120018RB8992555f.pdf
ธารทิพย์ ขัวนา และขวัญชัย ขัวนา (2562). สะเต็มศึกษาเพื่อการจัดการเรียนรู้สู่ทักษะการทำงานในศตวรรษที่ 21. วารสารบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร, 16(73), 1-12.
ปาลิตา สุขสำราญ และวารีรัตน์ แก้วอุไร. (2562). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาที่ส่งเสริมจิตวิทยาศาสตร์และทักษะการแก้ปัญหาสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา. JOURNAL OF EDUCATION NARESUAN UNIVERSITY, 21(3), 153-166. สืบค้นจาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edujournal_nu/article/view/89495
มนสิช สิทธิสมบูรณ์. (2563). การพัฒนาหลักสูตรการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษาสำหรับครูประถมศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 5(6), 341–356. สืบค้นจาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JSBA/article/view/241598
วนินทร สุภาพ. (2561). การจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามแนวทางสะเต็มศึกษา: วิธีการ ความหวัง และความท้าทาย. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 20(4), 302-315.
วรกันยา แก้วกลม, พินิจ ขำวงษ์, และจรรยา ดาสา. (2561). สภาพปัจจุบันปัญหาและความต้องการในการจัดการเรียนรู้ สะเต็มศึกษาของครูวิทยาศาสตร์ระดับชั้นประถมศึกษา. Thailand Veridian E-Journal,Silpakorn University (Humanities, Social Sciences and arts), 11(3), 2092-2112.
วรรณี แกมเกตุ. (2555). วิธีวิทยาการวิจัยเชิงพฤติกรรมศาสตร์. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วัชรา เล่าเรียนดี. (2556). ศาสตร์การนิเทศการสอน และการโค้ช การพัฒนาวิชาชีพ: ทฤษฎีกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ. (พิมพ์ครั้งที่ 12). นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์.
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2556). ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม. (พิมพ์ครั้งที่ 7 ฉบับปรับปรุงเพิ่มเติม). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศุภวรรณ สัจจพิบูล. (2560). แนวคิดการนิเทศเพื่อพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร ฉบับภาษาไทย สาขาสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปะ, 37(1), 203-222.
สงัด อุทรานันท์. (2530). การนิเทศการศึกษาหลักการแนวคิดทฤษฎีและปฏิบัติ. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มิตรสยาม.
สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี. (2564) รายงานการประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาครูผู้สอนสะเต็มศึกษา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำปีการศึกษา 2564. สุราษฎร์ธานี: สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี.
Aldahmash, A. H., Alamri, N. M. & Aljallal, M. A. (2019). Saudi Arabian science and mathematics teachers’ attitudes toward integrating STEM in teaching before and after participating in a professional development program. Cogent Education, 6(1), 1-21. https://doi.org/10.1080/2331186X.2019.1580852
Armitage, A. & Cogger, A. (2019). The New Apprenticeships : Facilitating Learning, Mentoring, Coaching and Assessing. Critical Publishing.
Dobber, M., Zwart, R., Tanis, M., & Van Oers, B. (2017). Literature review: The role of the teacher in inquiry-based education. Educational Research Review, 22, 194–214.
Glickman, C., & Burns, R. W. (2021). Supervision and Teacher Wellness: An Essential Component for Improving Classroom Practice. Journal of Educational Supervision, 4(1), 18-25. https://doi.org/10.31045/jes.4.1.3
Goodnough, Karen. (2019). Understanding primary teachers’ professional learning and practice: an activity theory lens. Journal of Curriculum Studies, 51(3), 362-383. https://doi.org/10.1080/00220272.2018.1488997
Kim, S., & Feldt, L. S. (2008). A Comparison of Tests for Equality of Two or More Independent Alpha Coefficients. Journal of Educational Measurement, 45(2), 179–193. http://www.jstor.org/stable/20461888
Legler, Christian E. (2021). Supporting STEM Teachers through Online Induction: An E-Mentor’s Exploration in Cyberspace. Journal of STEM Teacher Education, 56, 46-66. https://doi.org/10.30707/JSTE56.1.1624981200.229968
Loucks-Horsley, S., Stiles, K. E., Mundry, S., Love, N., & Hewson, P. W. (2010). Designing professional development for teachers of science and mathematics. Corwin Press, https://dx.doi.org/10.4135/9781452219103.
Mkimbili, S. T., Tiplic, D., & Ødegaard, M. (2017). The role played by contextual challenges in practicing inquiry-based science teaching in Tanzania “Secondary schools”. African Journal of Research in Mathematics, Science and Technology Education, 21(2), 211- 221.
Pitiporntapin, S., Chantara, P., Srikoom W., Nuangchalerm, P. & Hines, L. M. (2018). Enhancing Thai In-service Teachers’ Perceptions of STEM Education with Tablet-Based Professional Development. Asian Social Science, 10(14), 1911-2025. https://doi.org/10.5539/ass.v14n10p13
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 โรงเรียนนายเรือ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิชาการโรงเรียนนายเรือ ด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และ ศึกษาศาสตร์ ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการโรงเรียนนายเรือ ด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และ ศึกษาศาสตร์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของโรงเรียนนายเรือ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จากโรงเรียนนายเรือก่อนเท่านั้น