ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 4 ส เรื่องบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์และเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไทย เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

Main Article Content

รัชชานนท์ อินทรพฤกษ์
อรพิณ ศิริสัมพันธ์

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการเรียนรู้ก่อนและหลังเรียน เรื่องบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์และเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 4 ส 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน เรื่องบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์และเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 4 ส และ 3) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 4 ส เป็นการวิจัยเชิงทดลอง กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ จำนวน 28 คน ได้จากการสุ่มแบบกลุ่มโดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม ผลการวิจัยพบว่า 1) ทักษะการเรียนรู้ก่อนและหลังเรียน เรื่องบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์และเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 4 ส หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน เรื่องบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์และเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 4 ส หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) ความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 4 ส มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.

กองบริหารงานวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา. (2559). พิมพ์เขียว Thailand 4.0 โมเดลขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่งคั่ง มั่งคง และยั่งยืน. กรุงเทพฯ: กองบริหารงานวิจัยละประกันคุณภาพการศึกษา.

เฉลิมมลิลา นิติเขตต์ปรีชา. (2559) เทคนิควิธีการสอนประวัติศาสตร์. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ชนกานต์ พิศิษฐวานิช. (2561). “การส่งเสริมการวิเคราะห์วิชาประวัติศาสตร์โดยการเรียนรู้แบบนำตนเองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2”. หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต.

ประกาศิต อานุภาพแสนยากร. (2555). การจัดการเรียนรู้. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม.

ประทีป คงเจริญ. (2564). ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม: คุณลักษณะสำคัญของพลโลกในยุคเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยธนบุรี, 15(3): 165-177.

ปรัชญา เหลืองแดง. (2561). “การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการจัดการความรู้เพื่อส่งเสริมจิตสำนึกอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมไทย สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี”. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. ภาควิชาหลักสูตรและวิธีสอนบัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสดศรีสฤษดิ์วงศ์.

สิริวรรณ ศรีพหล. (2554). การจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ในสถานศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 2). นนทบุรี: สานักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. (2566). แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี พ.ศ. 2566-2570. กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). ภาวะการณ์ศึกษาไทยปี 2564. กรุงเทพฯ: 21 บริษัท เซ็นจูรี่ จำกัด.

Ansari ZA. (1980). Study Habits and Attitudes of Students: Development and Validation ofQuestionnaire Measures. Islamabad: National Institute of Psychology.

Ogochukwu, J.L (2002). Everyday academic key. Agbor, Progress printing press.

Partnership for 21st Century skills. (2019). Framework for 21st century learning definition. Retrieved 21 May 2023, from https://www.battelleforkids.org/networks/p21/frameworks-resources