การพัฒนาบทเรียนออนไลน์โดยใช้เทคนิค SQ4R เพื่อพัฒนาความสามารถ ในการอ่านเพื่อความเข้าใจสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
คำสำคัญ:
บทเรียนออนไลน์, เทคนิค SQ4R, ความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจบทคัดย่อ
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและหาประสิทธิภาพของบทเรียนออนไลน์ โดยใช้เทคนิค SQ4R สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2) เปรียบเทียบความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยบทเรียนออนไลน์โดยใช้เทคนิค SQ4R และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่2 ที่มีต่อบทเรียนออนไลน์โดยใช้เทคนิค SQ4R ตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านนาพิน ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 โดยการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) บทเรียนออนไลน์โดยใช้เทคนิค SQ4R 2) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์โดยใช้เทคนิค SQ4R 3) แบบวัดความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบค่าที
ผลการวิจัยพบว่า 1) การเรียนด้วยบทเรียนออนไลน์โดยใช้เทคนิค SQ4R เพื่อพัฒนาความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 79.59/77.29 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 75/75 2) นักเรียนมีความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยบทเรียนออนไลน์โดยใช้เทคนิคSQ4R พบว่า คะแนนหลังเรียน "X" ̅ = 23.19 และคะแนนก่อนเรียน "X" ̅ = 11.94 แสดงให้เห็นว่า ความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์โดยใช้เทคนิค SQ4R โดยรวมอยู่ในระดับมาก "X" ̅ =4.49 และ S.D = 0.74
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2567) ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. สืบค้นจาก https://ops.moe.go.th/policy-and-focus-moe-fiscal-year-2024/
ชนาธิป พรกุล. (2552). การออกแบบการสอน การบูรณาการการ การอ่าน การคิดวิเคราะห์และการเขียน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัฐนนท์ กลโคกกรวด. (2566). การสร้างบทเรียนออนไลน์รายวิชาดนตรีเพิ่มเติมเรื่องทรัมเป็ตสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบุญวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.
นาราภัทร ตรงจิตพิทักษ์. (2565). ผลของการใช้กระบวนการสอนอ่านแบบ SQ4R ร่วมกับเทคนิค KWL – Plus เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.
ราชกิจจานุเบกษา. (2562). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562. สืบค้นจาก https://www.moe.go.th/wp-content/uploads/2022/01/MOE-Authority.pdf.
พนิตนาฎ ชูฤกษ์. (2551). อ่านเร็วให้เป็นจับประเด็น ให้อยู่หมัด. กรุงเทพฯ : เฟริสท์ออฟเซท.
พัชราวรรณ สุวรรณ. (2567). ผลการพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบ SQ4R ร่วมกับเทคนิคผังความคิด. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยบูรพา.
โรงเรียนบ้านนาพิน. (2566). แผนปฏิบัติการประจำปี ปีการศึกษา 2566. อุบลราชธานี : โรงเรียนบ้านนาพิน.
โรงเรียนบ้านนาพิน. (2567). แผนปฏิบัติการประจำปี ปีการศึกษา 2567. อุบลราชธานี : โรงเรียนบ้านนาพิน.
โรงเรียนบ้านนาพิน. (2568). แผนปฏิบัติการประจำปี ปีการศึกษา 2568. อุบลราชธานี : โรงเรียนบ้านนาพิน.
วราภรณ์ อินจันทร์. (2567). การพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบ SQ4R ร่วมกับเทคนิคแผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนพะเยาพิทยาคม. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยพะเยา.
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน). (2566). ผลการวิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐานเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน. สืบค้นจาก https://www.niets.or.th/th/content/view/26334.
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน). (2567). รายงานผลการวิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน. สืบค้นจาก https://www.niets.or.th/th/content/view/25981.
สิริญา พรมบุตร. (2564). การพัฒนารูปแบบการสอนโดยใช้เทคนิคการสอนอานแบบ SQ4R ร่วมกับการใช้ผังกราฟิกเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏสมเด็จเจ้าพระยา.
สุคนธ์ สินธพานนท์และคณะ. (2554). วิธีสอนตามแนวปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพเยาวชน. กรุงเทพฯ: เทคนิคพริ้นติ้ง.
สุชา อยู่อ่อน. (2565). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยวิธีการสอน SQ4R ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านจับใจความสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยนเรศวร.
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการ วุฒิสภา.
Patra., Alghazali., Sokolova., Prasad., Pallathadka., Hussein., Shanan., Ghaneiarani. (2022). Scrutinizing the
Effects of e-Learning on Enhancing EFL Learners Reading’ Comprehension and Reading Motivation. Education Research International, 2022, Article ID 4481453, 11.
Siregar. (2023) Application of Survey, Question, Read, Reflect, Recite, and Review (SQ4R) Reading Method
in Learning to Read Argumentation Text by Class X Students, Edunesia: Jurnal Ilmiah Pendidikan, 4(2), 521-532.
Simbolona, Marbunb. (2017). Implementation of Sq4r Model to Increase Reading Comprehension Ability of Elementary Students. Advances in Social Science, Education and Humanities Research. 13 September 2017. pp 999. Semarang State University. https://www.proceedings.com/content/037/037560webtoc.pdf?utm_source=chatgpt.com.
Suparlin., Mustaji., Andi Mariono., Fajar Arianto. (2022). The Impact of E-Learning on Reading Comprehension in High School Students. International Journal of Social Science And Human Research, 5(10). 4614-4621.
Zakiya. (2023). Improving English Reading Comprehension Skills Through SQ4R Method. EDUKASIA: Jurnal Pendidikan dan Pembelajaran. 4(2), 2235-2240.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ประกาศลิขสิทธิ์
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหาหรือรูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำข้อมูลทั้งหมดหรือบางส่วนไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์นก่อนเท่านั้น
