การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้การเรียนรู้ ด้วยทีมเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ผู้แต่ง

  • ณัฐวรินทร์ เรืองฤทธิ์ราวี คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
  • สรรพสิริ ส่งสุขรุจิโรจน์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
  • กชกร ธิปัตดี คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

คำสำคัญ:

ทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ, การเรียนรู้ด้วยทีมเป็นฐาน

บทคัดย่อ

งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้การเรียนรู้ด้วยทีม เป็นฐานสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน กลุ่มตัวอย่างคือกลุ่มนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาลศรีสะเกษ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 30 คน ซึ่งได้มา โดยการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 12 แผน พร้อมชุดกิจกรรม การเรียนรู้ด้วยทีมเป็นฐาน มีค่าคุณภาพของแผนเท่ากับ 4.78 และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.86 สถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าประสิทธิภาพ ค่าดัชนีประสิทธิผล และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มสัมพันธ์
ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยทีมเป็นฐานมีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.13/85.33 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้ และนักเรียนมีพัฒนาการทักษะการอ่านหลังเรียนเฉลี่ยร้อยละ 73.62 อยู่ในระดับสูง 2) ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ผลการอภิปรายชี้ให้เห็นว่า การเรียนรู้ด้วยทีมเป็นฐานสามารถยกระดับทักษะการอ่านและความคงทนในการเรียนรู้ได้ อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากกระบวนการทดสอบความพร้อมรายกลุ่มและการให้ข้อมูลป้อนกลับทันทีช่วยลดความวิตกกังวล เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนกลวิธีการอ่านและช่วยจัดระบบความจำระยะยาวแทนการท่องจำ งานวิจัยนี้มีข้อเสนอแนะว่า ครูผู้สอนควรใช้การจัดการเรียนรู้เชิงแก้ไขร่วมกับการให้ข้อมูลป้อนกลับในทันที ปรับเวลาให้ยืดหยุ่นตามความยากง่าย ของเนื้อหา นำแผนผังมโนทัศน์มาใช้จัดระบบความคิด

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2567). นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 - 2569. กรุงเทพฯ: สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.

พรพิมล ญาณปัญญา. (2565). การพัฒนาแบบฝึกการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้นิทานอีสปเป็นฐานสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม.

รินดา รังดิษฐ์. (2560). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.

โรงเรียนอนุบาลศรีสะเกษ. (2567). รายงานผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(O-NET) ประจำปีการศึกษา 2567. ศรีสะเกษ: กลุ่มบริหารวิชาการ โรงเรียนอนุบาลศรีสะเกษ.

ศรัญญา ตั้งนารี. (2567). การสอนโดยใช้การเรียนรู้แบบทีมร่วมกับกูเกิลคลาสรูมที่มีต่อความสามารถในการพูดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ, 5(3), 30-41.

ศิริชัย กาญจนวาสี. (2556). ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม (พิมพ์ครั้งที่ 7). โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุดารัตน์ อินกรัด. (2565). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้นิทานด้วยวิธีการสอนแบบ SQ4R สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยนเรศวร.

สมนึก ภัททิยธนี. (2562). การวัดผลการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 11). ประสานมิตรสื่อสิ่งพิมพ์.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1. (2568). ระบบบริการข้อมูลภาครัฐ Big DATA. สืบค้นเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, จาก https://datacenter.ssk.in.th/

อภิญญา เรือนเครือ. (2565). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แนวคิดการเรียนแบบทีมเป็นฐานเพื่อส่งเสริมความสามารถทางไวยากรณ์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยนเรศวร.

Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Prentice-Hall.

Campbell, D. T., & Stanley, J. C. (1963). Experimental and quasi-experimental designs for research. Rand McNally & Company.

Cochran, W. G. (1977). Sampling techniques (3rd ed.). John Wiley & Sons, New York.

Dale, E. (1969). Audiovisual methods in teaching. (3rd ed.). Holt, Rinehart & Winston, New York: Dryden Press.

Kuder, G. F., & Richardson, M. W. (1937). The theory of the estimation of test reliability. Psychometrika, 2(3), 151-160.

Maming, K. (2019). Motivating EFL Learners by Integrating Team-Based Learning and Collaborative Strategic Reading. Indonesian Journal of Applied Linguistics, 9(2), 297–311.

Michaelsen, L. K., Knight, A. B., & Fink, L. D. (2004). Team-based learning: A transformative use of small groups in college teaching. Stylus Publishing.

Michaelsen, L. K., Sweet, M., & Parmelee, D. P. (2011). Team-Based Learning: Small – group Learning’s Next Big Step: New Directions for Teaching and Learning. New York: Wiley.

Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Tijdschrift voor Onderwijsresearch, 2(2), 49-60.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-29

รูปแบบการอ้างอิง

เรืองฤทธิ์ราวี . ณ. ., ส่งสุขรุจิโรจน์ ส. ., & ธิปัตดี ก. . (2026). การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้การเรียนรู้ ด้วยทีมเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น, 23(1), 64–77. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/umt-poly/article/view/295185

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย