การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้การเรียนรู้ ด้วยทีมเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
คำสำคัญ:
ทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ, การเรียนรู้ด้วยทีมเป็นฐานบทคัดย่อ
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้การเรียนรู้ด้วยทีม เป็นฐานสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน กลุ่มตัวอย่างคือกลุ่มนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาลศรีสะเกษ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 30 คน ซึ่งได้มา โดยการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 12 แผน พร้อมชุดกิจกรรม การเรียนรู้ด้วยทีมเป็นฐาน มีค่าคุณภาพของแผนเท่ากับ 4.78 และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.86 สถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าประสิทธิภาพ ค่าดัชนีประสิทธิผล และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มสัมพันธ์
ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยทีมเป็นฐานมีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.13/85.33 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้ และนักเรียนมีพัฒนาการทักษะการอ่านหลังเรียนเฉลี่ยร้อยละ 73.62 อยู่ในระดับสูง 2) ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ผลการอภิปรายชี้ให้เห็นว่า การเรียนรู้ด้วยทีมเป็นฐานสามารถยกระดับทักษะการอ่านและความคงทนในการเรียนรู้ได้ อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากกระบวนการทดสอบความพร้อมรายกลุ่มและการให้ข้อมูลป้อนกลับทันทีช่วยลดความวิตกกังวล เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนกลวิธีการอ่านและช่วยจัดระบบความจำระยะยาวแทนการท่องจำ งานวิจัยนี้มีข้อเสนอแนะว่า ครูผู้สอนควรใช้การจัดการเรียนรู้เชิงแก้ไขร่วมกับการให้ข้อมูลป้อนกลับในทันที ปรับเวลาให้ยืดหยุ่นตามความยากง่าย ของเนื้อหา นำแผนผังมโนทัศน์มาใช้จัดระบบความคิด
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2567). นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 - 2569. กรุงเทพฯ: สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.
พรพิมล ญาณปัญญา. (2565). การพัฒนาแบบฝึกการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้นิทานอีสปเป็นฐานสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม.
รินดา รังดิษฐ์. (2560). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค LT สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.
โรงเรียนอนุบาลศรีสะเกษ. (2567). รายงานผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(O-NET) ประจำปีการศึกษา 2567. ศรีสะเกษ: กลุ่มบริหารวิชาการ โรงเรียนอนุบาลศรีสะเกษ.
ศรัญญา ตั้งนารี. (2567). การสอนโดยใช้การเรียนรู้แบบทีมร่วมกับกูเกิลคลาสรูมที่มีต่อความสามารถในการพูดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ, 5(3), 30-41.
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2556). ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม (พิมพ์ครั้งที่ 7). โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุดารัตน์ อินกรัด. (2565). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้นิทานด้วยวิธีการสอนแบบ SQ4R สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยนเรศวร.
สมนึก ภัททิยธนี. (2562). การวัดผลการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 11). ประสานมิตรสื่อสิ่งพิมพ์.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1. (2568). ระบบบริการข้อมูลภาครัฐ Big DATA. สืบค้นเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, จาก https://datacenter.ssk.in.th/
อภิญญา เรือนเครือ. (2565). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แนวคิดการเรียนแบบทีมเป็นฐานเพื่อส่งเสริมความสามารถทางไวยากรณ์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยนเรศวร.
Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Prentice-Hall.
Campbell, D. T., & Stanley, J. C. (1963). Experimental and quasi-experimental designs for research. Rand McNally & Company.
Cochran, W. G. (1977). Sampling techniques (3rd ed.). John Wiley & Sons, New York.
Dale, E. (1969). Audiovisual methods in teaching. (3rd ed.). Holt, Rinehart & Winston, New York: Dryden Press.
Kuder, G. F., & Richardson, M. W. (1937). The theory of the estimation of test reliability. Psychometrika, 2(3), 151-160.
Maming, K. (2019). Motivating EFL Learners by Integrating Team-Based Learning and Collaborative Strategic Reading. Indonesian Journal of Applied Linguistics, 9(2), 297–311.
Michaelsen, L. K., Knight, A. B., & Fink, L. D. (2004). Team-based learning: A transformative use of small groups in college teaching. Stylus Publishing.
Michaelsen, L. K., Sweet, M., & Parmelee, D. P. (2011). Team-Based Learning: Small – group Learning’s Next Big Step: New Directions for Teaching and Learning. New York: Wiley.
Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Tijdschrift voor Onderwijsresearch, 2(2), 49-60.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ประกาศลิขสิทธิ์
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหาหรือรูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำข้อมูลทั้งหมดหรือบางส่วนไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์นก่อนเท่านั้น
