การจัดการชุมชนเข้มแข็ง กรณีศึกษา กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านแก้ง ตำบลบ้านเก้ง อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและค้นหากิจกรรมในการชุมชนเข้มแข็งด้วยกระบวนการพัฒนาศักยภาพลุ่มอาชีพสู่การเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและเพื่อศึกษาผลของการดำเนินกิจกรรมในการสร้างกระบวนการจัดการชุมชนเข้มแข็งด้วยการพัฒนาศักยภาพลุ่มอาชีพสู่การเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ตำบลบ้านแก้ง อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว ด้วยการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสภาพการดำเนินงานของกลุ่มอาชีพ ด้วยกระบวนการและเทคนิคเครื่องมือที่สำคัญ เริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์สภาพการดำเนินงาน ปัญหาและความต้องการของกลุ่มอาชีพ โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของกลุ่มตัวอย่าง เพื่อสร้างการทำงานร่วมกัน มาปรับใช้ในการศึกษาแนวทางการพัฒนาและค้นหากิจกรรมในการสร้างกระบวนการจัดการชุมชนเข้มแข็งด้วยการพัฒนาศักยภาพลุ่มอาชีพสู่การเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและการทำเวทีชุมชนผ่านเทคนิคการวิเคราะห์แบบมีส่วนร่วมและกระบวนการวางแผนแบบมีส่วนร่วม(AIC)ด้วยแนวคิดหลักคือการงานเพื่อสร้างผลลัพธ์ร่วมกัน(Collective Impact) ผลการดำเนินงาน พบว่า กิจกรรมในการพัฒนาและสร้างกระบวนการจัดการชุมชนเข้มแข็งด้วยการพัฒนาศักยภาพลุ่มอาชีพสู่ การเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ตำบลบ้านแก้ง อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว ได้แก่การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อวิเคราะห์แบบมีส่วนร่วม ด้วยเทคนิคการทำแผนที่รอบนอกรอบใน การวิเคราะห์รายรายจ่ายของสมาชิกกลุ่มอาชีพด้วยเทคนิคโอ่งชีวิต การทำปฏิทินชุมชนร่วมกับผู้แทน กลุ่มอาชีพ
การวิเคราะห์สภาพการดำเนินงานของกลุ่มอาชีพและการประชุมเชิงปฏิบัติการวางแผนพัฒนาศักยภาพกลุ่มอาชีพด้วยแนวคิดการทำงานเพื่อ สร้างผลลัพธ์ร่วมกัน(Collective impact) การพัฒนาศักยภาพด้วยการอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างองค์ความรู้ในการพัฒนากลุ่มอาชีพและการอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างองค์ความรู้เรื่องวิสาหกิจชมชน ตั้งแต่กระบวนการจดทะเบียน การทำบัญชีวิสาหกิจชุมชนและการพัฒนาระเบียบข้อบังคับของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและการสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อเป็นแกนนำในการบริหารกลุ่มอาชีพและวิสาหกิจชุมชน สำหรับผลการพัฒนากลุ่มอาชีพสู่วิสาหกิจชุมชนเพื่อนำไปสู่การจัดการจัดการชุมชนให้เข้มแข็ง พบว่า (1) การพัฒนาแนวทางของกลุ่มอาชีพสู่วิสาหกิจชุมชน ได้แก่ 1.ผู้เกี่ยวข้องในการดำเนินงานได้แก่ ประธานกลุ่มอาชีพ สมาชิกกลุ่มอาชีพต้องมีการกำหนดเป้าหมายในการดำเนินงานร่วมกัน 2.การสนับสนุนซึ่งกันและกันโดยใช้หลักการพัฒนาแบบ บวร เป็นแนวคิดในการดำเนินงานโดย ประธานกลุ่มอาชีพ สมาชิกกลุ่ม อาชีพและภาคีการพัฒนาต้องมีการแลกเปลี่ยนความคิดในการดำเนินงานและต้องมีการประชาคมตลอดจนการฝึกอบรมให้ความรู้แก่สมาชิกกลุ่มอาชีพ 3.การเติมพลังให้กันและกัน โดยประธานกลุ่มอาชีพ สมาชิกกลุ่ม อาชีพและภาคีการพัฒนาต้องนำประสบการณ์ใหม่ๆมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการศึกษาดูงานเพื่อแสวงหาประสบการณ์ในการบริหารกลุ่มวิสาหกิจชุมชน 4.การสื่อสารทำความเข้าใจกันอย่างต่อเนื่อง โดยประธานกลุ่มอาชีพ สมาชิกกลุ่ม อาชีพและภาคีการพัฒนาต้องมีการสื่อสารกันอย่างสม่ำเสมอผ่านการประชุมออนไลน์ การประชุมประจำเดือนและ5การจัดองค์กรแกนประสานสนับสนุน โดยให้ความสำคัญกับหน่วยงานของภาครัฐที่จะต้องให้ความรู้ผ่านการอบรมอย่างสม่ำเสมอ (2) การพัฒนาแนวทางการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ได้แก่ การวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เรียงลำดับความสำคัญความเป็นไปได้ในการขอใบรับรอง หาจุดด้อยเพื่อแก้ไข การหาแหล่งจำหน่ายและตลาดตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น (3) การการพัฒนาช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนและเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือนเป้าหมาย ได้แก่ เกิดการพัฒนาตลาดออนไลน์ (4) กลุ่มอาชีพตระหนักในประเด็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม โดยการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น การทำหน่อไม้ดองที่มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตที่เน้นถึงความสะอาด การเน้นการผลิตตามจำนวนความต้องการของผู้บริโภคในตลาด เกิดการทำงานในรูปแบบภาคีความร่วมมือทุกภาคส่วน ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแก้ง สำนักงานพัฒนาชุมชน สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้วและมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยลองกรณ์ ในพระบรมราชูถัมภ์ ในการขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชน
Article Details
ลิขสิทธิ์บทความวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยเป็นลายลักษณ์อักษร
ความรับผิดชอบ เนื้อหาต้นฉบับที่ปรากฏในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์บทความหรือผู้เขียนเอง ทั้งนี้ไม่รวมความผิดพลาดอันเกิดจากเทคนิคการพิมพ์
เอกสารอ้างอิง
จุฑาทิพย์ ภัทราวาท. (2553). คู่มือการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม. กรุงเทพฯ. พิมพ์ที่โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
ราชกิจานุเษกษา. (2548). พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ.2548. เล่มที่ 122 ตอนที่ 6 ก. หน้าที่ 1 วันที่ 18 มกราคม 2548.
บุญร่วม เทียมจันทร์ และคณะ. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพ: อินส์พัล.
สรรเสริญ วงศ์ชอุ่ม. (2554). การวางแผนพัฒนาประเทศ. กรุงเทพฯ: ศูนย์การพิมพ์เพชรรุ่ง จำกัด.สิทธิณัฐ ประพุทธนิติสาร. (2545). การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม : แนวคิดและแนวปฏิบัติ. เชียงใหม่. พิมพ์ที่วนิดา เพรส.
สุนทร คุณชัยมัง .2554. Collective Impact: CI. กรุงเทพฯ. บริษัทอิมเมสพลัส คอมมิวนิเคชั่ย จำกัด.
อมาวสี อัมพันศิริรัตน์และคณะ, 2560. การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม : ลักษณะสําคัญและการ ประยุกต์ใช้. วารสารมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ปีที่ 36 ฉบับที่ 6 พฤศจิกายน-ธันวาคม 2560.