การก่อตัวและดำรงอยู่ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในทางนโยบายของรัฐไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
วิทยานิพนธ์นี้ศึกษาการก่อตัวขึ้นและดำรงอยู่ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในทางนโยบายของรัฐไทย ในฐานะที่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเป็นแนวคิดการพัฒนาที่สำคัญอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของสังคมไทย และถูกใช้เป็นแนวนโยบายในการพัฒนาของรัฐไทยเช่นเดียวกัน เพื่อตอบคำถามที่ว่าเศรษฐกิจพอเพียงได้ก่อตัวขึ้นเป็นนโยบายและสามารถดำรงอยู่เป็นแนวนโยบายของรัฐไทยมาอย่างยาวนานได้อย่างไร และภาครัฐมีแนวทางในการแปลงเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นนโยบายสาธารณะอย่างไร ผลการศึกษาพบว่า เศรษฐกิจพอเพียงสามารถก่อตัวขึ้นเป็นนโยบายได้นั้น มาจากการที่มีเป้าหมายในการจัดการกับปัญหาได้หลากหลาย การซึมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในทางนโยบายและการบริหารงานภาครัฐมาอย่างต่อเนื่อง และการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในปี 2549 การที่นโยบายเศรษฐกิจพอเพียงดำรงอยู่มาอย่างยาวนานทั้งยังถูกนำไปขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง เกิดจากปัจจัยทางการเมืองและสถาบันในหลายประการด้วยกัน โดยตัวแบบสถาบันได้แสดงให้เห็นว่า รัฐไทยได้มีการใช้สถาบันในทางการเมืองต่าง ๆ เพื่อกำกับควบคุมให้นโยบายเศรษฐกิจพอเพียงถูกนำไปขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการระบุไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมายปกครอง การระบุไว้ในแผนยุทธศาสตร์และแผนงานพัฒนาของรัฐตั้งแต่ในระดับชาติลงไปถึงระดับของหน่วยงาน และการดำเนินการต่าง ๆ ของคณะรัฐมนตรีที่ส่งผลอย่างเป็นทางการต่อนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง และตัวแบบผลประโยชน์ได้แสดงให้เห็นว่านโยบายโครงการเศรษฐกิจพอเพียงถูกขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่องยาวนานเพราะนำมาซึ่งผลประโยชน์และแรงจูงในหลายประการให้กับตัวของข้าราชการ ตัวอย่างเช่น การได้รับการจัดสรรงบประมาณที่มากขึ้น ความมั่นคงและความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน อำนาจในการตัดสินใจทางนโยบายที่เป็นอิสระมากกว่า รวมถึงผลประโยชน์และแรงจูงใจในมิติอื่น ๆ เช่นเดียวกัน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
หนังสือ
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, (กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา, 2549).
สำนักนโยบายและแผน สานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย, คู่มือการขับเคลื่อนการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การปฏิบัติจนเป็นวิถีชีวิต, (กรุงเทพ: แดเน็กซ์อินเตอร์คอร์ปดเรชั่น, 2560).
Anthony Downs, Inside Bureaucracy, (Long grove: Waveland Press, 1967).
Christopher Knill and Jale Tosun, Public Policy, a new introduction, (London: Palgrave Macmillan, 2012), 69-96.
Claudio Sopranzetti, “Thai Ideas of Power: The Challenge of Legitimacy in Contemporary Thailand,” in Pavin Chachavalpongpun (ed.), Coup, King, Crisis, A Critical Interregnum in Thailand, (New Haven: Yale University Council on Southeast Asia Studies, 2020), 72.
Guy Peter, The Politics of Bureaucracy, (New York: Routledge, 2018), 193-226.
Igor Benati and Mario Coccia, “Rewards in Bureaucracy and Politics,” in Ali Farazmand (ed.), Global Encyclopedia of Public Administration, Public Policy, and Governance, (Berlin: Springer, 2018), 1-6.
James E. Anderson, Public Policymaking, ( New York: Houghton Mifflin Company, 2003), 101-107.
James G. March and Johan P. Olsen , Rediscovering Institutions, (New York: Free Press, 1989).
John W. Kingdon, Agendas, Alternatives, and Public Policies, (Essex: Pearson Education Limited, 2014), 145-164.
Marshall Dimock, Law and Dynamic Administration, (New York: Praeger, 1980), 31.
Pasuk Phongpaichit, and Chris Baker, Thailand’s Crisis, (Chiang Mai: Silkworm Books, 2000).
Peter B. Clark and James Q. Wilson, “Incentive Systems: A Theory of Organizations,” Administrative Science Quarterly 6, (New York: Sage publication, 1961).
Richard Chackerian and Gilbert Abcarian, Bureaucratic power in society, (Chicago: Nelson-Hall, 1984), 4.
Thomas R. Dye, Understanding Public Policy, (Hoboken: Prentice-Hall, 1972), 39.
William Niskanen, Bureaucracy, servant Or Master?: Lessons from America, (London: Institute of Economic Affairs, 1973).
บทความ
อนุรัตน์ อนันทนาธร, หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในประเทศไทย: แนวทางใหม่สำหรับ การพัฒนาประเทศยากจน, วารสารการเมือง การบริหาร และกฎหมาย, ปีที่ 9, ฉบับพิเศษ, (มีนาคม 2562), 297-323.
อาสา คำภา, “พลวัตสถาบันพระมหากษัตริย์เชิงเครือข่าย: ข้อสังเกตว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงของเครือข่ายชนชั้นนำไทยพ.ศ. 2495 – 2535,” วารสารไทยคดีศึกษา, ปีที่ 15, ฉบับที่ 2, (กรกฎาคม 2561), 41-88.
David Easton, “An Approach to the Analysis of Political Systems,” World Politics, Vol.9 (April 1957), 383-400.
Paul Chambers, “Economic guidance and contestation: An analysis of Thailand’s evolving trajectory of development,” Journal of Current Southeast Asian Affairs, Vol. 32, No. 1 (April 2013), 81–109.
Robert Dayley, “Thailand’s agrarian myth and its proponents,” Journal of Asian and African Studies, Vol. 64, No. 4 (June 2010), 342-360.
กาญจนา เหล่าโชคชัยกุล, สุภารมย์ ประสาทแก้ว, และมณฑี พฤกษ์ปาริชาติ, “แนวทางการน้อมนำ เศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคมไทย : การศึกษาและสังเคราะห์ จากงานวิจัยในช่วงพ.ศ. 2545-2554,” วารสารไทยศึกษา, ปีที่ 14, ฉบับที่ 2 (2560), 1-24.
อิเล็กทรอนิกส์
กองบรรณาธิการวารสารฟ้าเดียวกัน, “ฟ้าเดียวกันสัมภาษณ์ "แอนดรูว์ วอล์กเกอร์": เศรษฐกิจพอเพียง ประชาธิปไตยพอเพียง และรัฐธรรมนูญชาวบ้าน,” ประชาไท (เว็บไซต์), https://prachatai.com/ journal /2008/08/17633 - 2551 (สืบค้นเมื่อ 14 กันยายน 2565).
สามชาย ศรีสันต์, “ระบบความคิดเชิงคำสั่งในวาทกรรม ‘ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง’,” Academia (เว็บไซต์), https://www.academia.edu/8033811 (สืบค้นเมื่อ 7 กันยายน 2565).
Danny Unger, “Sufficiency Economy and the Bourgeois Virtues,” JSTOR (Website), https://www.jstor.org/stable/27748565 (accessed 9 September 2022).
Kevin Hewison, “Royalist propaganda and policy nonsense,” New Mandala (Website), https://www.newmandala.org/royalist-propaganda-and-policy-nonsense/ (accessed 21 December 2023).
สัมภาษณ์
ปลัดอำเภอ ค. (นามแฝง), สัมภาษณ์โดยผู้เขียน, 27 พฤษภาคม 2567.
ปลัดอำเภอ น. (นามแฝง), สัมภาษณ์โดยผู้เขียน, 1 มิถุนายน 2567.
ปลัดอำเภอ ล. (นามแฝง), สัมภาษณ์โดยผู้เขียน, 14 พฤษภาคม 2567.
ปลัดอำเภอ ห. (นามแฝง), สัมภาษณ์โดยผู้เขียน, 14 พฤษภาคม 2567.
กฎหมาย
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550, มาตรา 75.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550, มาตรา 83.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560, มาตรา 257.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560, มาตรา 75.