การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเครือข่ายแบบมีส่วนร่วม เพื่อจัดการอุทกภัยในตำบลทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง

Main Article Content

ปุญญวันต์ จิตประคอง

บทคัดย่อ

ตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญระดับนานาชาติตามอนุสัญญาแรมซาร์ ที่ต้องเผชิญกับอุทกภัยซ้ำซากภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงและคาดการณ์ได้ยากขึ้น ระบบการจัดการภัยพิบัติแบบสั่งการตามสายการปกครองแบบเดิมจึงมีข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ทั้งการขาดการบูรณาการข้อมูลแบบเรียลไทม์ระหว่างหน่วยงาน การมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและประชาสังคมที่ไม่ต่อเนื่อง และการที่ภูมิปัญญาท้องถิ่นยังไม่ถูกเชื่อมโยงเข้ากับระบบเตือนภัยสมัยใหม่อย่างเป็นระบบ


          บทความวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเครือข่ายแบบมีส่วนร่วมสำหรับการจัดการอุทกภัยในตำบลทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพแบบการศึกษากรณีด้วยการวิจัยแบบมีส่วนร่วม แบ่งการดำเนินการเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย การวิเคราะห์รูปแบบการบริหารจัดการเครือข่ายแบบมีส่วนร่วม การพัฒนารูปแบบ การถ่ายทอดและขยายผล ผู้ให้ข้อมูลหลักจำนวน 15 คน ประกอบด้วยผู้นำชุมชนและประชาชน เจ้าหน้าที่ภาครัฐระดับท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ภาครัฐระดับจังหวัดและภูมิภาค และผู้เชี่ยวชาญและองค์กรภายนอก โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจงร่วมกับการสุ่มแบบลูกโซ่ เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม และการสำรวจภาคสนาม ข้อมูลที่รวบรวมได้ถูกวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา การวิเคราะห์แบบอุปนัยเชิงคุณภาพ และการตรวจสอบแบบสามเส้า โดยใช้ทฤษฎีการบริหารจัดการเครือข่าย ทฤษฎีการบริหารแบบร่วมมือ และทฤษฎีการจัดการปกครองสาธารณะแนวใหม่เป็นกรอบวิเคราะห์


          ผลการศึกษาพบว่า ระบบการแจ้งเตือนภัยและกลไกการตอบสนองยังดำเนินการภายใต้รูปแบบการบริหารแบบรวมศูนย์อำนาจที่ขัดต่อหลักการเครือข่าย เทคโนโลยีสารสนเทศขาดการบูรณาการกับชุมชน โครงสร้างหน่วยงานขาดการทำงานเชิงเครือข่ายที่เป็นระบบ และการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนยังมีลักษณะเฉพาะกิจและขาดความต่อเนื่อง ผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวนำไปสู่การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเครือข่ายแบบบูรณาการ 4 ระดับ โดยใช้ระบบบัญชาการเหตุการณ์เป็นกลไกสร้างเอกภาพในการบริหารจัดการและความชัดเจนในสายการบังคับบัญชา ควบคู่กับการนำแนวคิดการบริหารจัดการเครือข่ายมาใช้เป็นโครงสร้างระดับปฏิบัติการที่ยึดหลักฉันทามติในเป้าหมายร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นแกนกลาง รูปแบบดังกล่าวประกอบด้วยระดับนโยบาย ระดับฐานข้อมูลกลาง ระดับปฏิบัติการ และระดับชุมชน โดยเน้นการเชื่อมโยงแนวดิ่งและแนวราบ การประสานงานข้ามภาคส่วน และการสร้างความยั่งยืนผ่านการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นต้นแบบสำหรับพื้นที่อื่นที่มีบริบทใกล้เคียงกันและสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
จิตประคอง ป. (2026). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเครือข่ายแบบมีส่วนร่วม เพื่อจัดการอุทกภัยในตำบลทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง. รัฐศาสตร์สาร, 47(2), 147–223. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/PolscituJR/article/view/288562
ประเภทบทความ
Articles
ประวัติผู้แต่ง

ปุญญวันต์ จิตประคอง, อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ; อีเมล: punyawan@tsu.ac.th

บทความวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการวิจัย เรื่อง “การพัฒนารูปแบบการบริหารปกครองเครือข่ายแบบมีส่วนร่วมเพื่อจัดการอุทกภัยในตำบลทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง” ภายใต้ชุดโครงการวิจัยเรื่อง “การปรับใช้บทเรียนการจัดการภัยพิบัติจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่การพัฒนาแพลตฟอร์มรับมือภัยพิบัติในจังหวัดพัทลุง” ซึ่งได้รับทุนวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

เอกสารอ้างอิง

หนังสือ

กฤษฎา พรรณราย, ยุทธศาสตร์การพัฒนาการจัดการภัยพิบัติดินโคลนถล่มของหน่วยงานรัฐในพื้นที่ภาคใต้, (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2560), 213-220.

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง, เทคโนโลยีสารสนเทศและระบบเฝ้าระวัง สมัยใหม่เพื่อการจัดการภัยพิบัติ, (พัทลุง: กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด พัทลุง, 2568).

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง, ระบบการแจ้งเตือนภัยแบบหลายระดับและ กลไกการตอบสนองฉุกเฉิน, (พัทลุง: กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง, 2568).

วสันต์ เหลืองประภัสร์ และคณะ, รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาวิจัยกลไกการบริหารจัดการสา ธารณภัยในระดับพื้นที่, (กรุงเทพฯ: สำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย, 2562), 1-16.

วสันต์ เหลืองประภัสร์, การอภิบาลบนฐานของความร่วมมือ: สภาวะสังคมไร้ศูนย์กลาง การแตกกระจายใน ระบบบริหารราชการแผ่นดิน และแสวงหาตัวแบบใหม่ในการขับเคลื่อนภารกิจของรัฐ, (กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า, 2563), 41.

ศิริรักษ์ สิงหเสม, เครือข่ายนโยบายและการจัดการภัยพิบัติจากอุทกภัย กรณีศึกษาเฉพาะจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดชัยภูมิ, (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2554), 51-60.

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง, “สรุปสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดพัทลุง,” แผนเผชิญเหตุ อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม จังหวัดพัทลุง ปี 2568, (พัทลุง: กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสา ธารณภัยจังหวัดพัทลุง, 2568).

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง, แผนเผชิญเหตุอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม จังหวัด พัทลุง ปี 2568, (พัทลุง: กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง, 2568), 1.

Climate Change Authority, 2023 Annual Progress Report, (Canberra: Climate Change Authority, October 2023), 22.

William L. Waugh and Kathleen Tierney, Emergency Management: Principles and Practice for Local Government, (Washington, DC: ICMA Press, 2007), 265.

บทความ

เพิ่มพร รวมเมฆ, “นวัตกรรมนิเทศศาสตร์เพื่อการพัฒนา: นวัตกรรมท้องถิ่น (Local Innovations) การจัดการ ภัยพิบัติโดยอาศัยชุมชนเป็นฐานภายใต้นโยบายการกระจายอำนาจกรณีศึกษา เทศบาลนครปากเกร็ด ,” วารสารนิเทศศาสตร์และนวัตกรรม นิด้า, ปีที่ 3, ฉบับที่ 1 (2559), 105-135.

ไททัศน์ มาลา, สุนทรชัย ชอบยศ, และพิศาล พรหมพิทักษ์กุล, “แนวทางในการจัดการอุทกภัย กรณีศึกษา เทศบาลนครนนทบุรี,” วารสารสถาบันพระปกเกล้า, ปีที่ 12, ฉบับที่ 2 (2557), 77–105.

วราภรณ์ ศรีบุญ, ปิยพร แตงสุวรรณ, พรรชชา ภิรมย์ลา, วราภรณ์ พรมบาล, สมหฤทัย อุดมโชคชัย และ อมรรัตน์ ไชยชาญยุทธ์, “การมีส่วนร่วมของเครือข่ายประชาชนในการจัดการภัยพิบัติ ตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช,” วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, ปีที่ 12, ฉบับที่ 1 (มกราคม–มิถุนายน 2560), 55, 57–58.

วราภรณ์ ศรีบุญ, ปิยพร แตงสุวรรณ, พรรชชา ภิรมย์ลา, วราภรณ์ พรมบาล, สมหฤทัย อุดมโชคชัย และ อมรรัตน์ ไชยชาญยุทธ์, “การมีส่วนร่วมของเครือข่ายประชาชนในการจัดการภัยพิบัติ ตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช,” วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, ปีที่ 12, ฉบับที่ 1 (มกราคม–มิถุนายน 2560), 54.

Chris Ansell and Alison Gash, “Collaborative Governance in Theory and Practice," Journal of Public Administration Research and Theory, Vol. 18, No. 4 (October 2008), 543-571.

G. Stanley Jaya Kumar, “Disaster Management and Social Development,” International Review of Modern Sociology, Vol. 27, No. 1 (Spring 1997), 65–66.

Heriberto Urby, and David A. McEntire, “Applying Public Administration in Emergency Management: The Importance of Integrating Management into Disaster Education,” Journal of Homeland Security and Emergency Management, Vol. 11, No. 1 (November 2013), 39-60.

Jacob Torfing and Peter Triantafillou, “What's in a Name? Grasping New Public Governance as a Political-Administrative System,” International Review of Public Administration, Vol. 18, No. 2 (August 2013), 9-25.

Jon Pierre, ed., Debating Governance, (Oxford: Oxford University Press, 2000).Keith G. Provan and Patrick Kenis, "Modes of Network Governance: Structure, Management, and Effectiveness," Journal of Public Administration Research and Theory, Vol. 18, No. 2 (April 2008), 234-236.

Keith G. Provan and Patrick Kenis, "Modes of Network Governance: Structure, Management, and Effectiveness," Journal of Public Administration Research and Theory, Vol. 18, No. 2 (April 2008), 231.

Keith G. Provan and Patrick Kenis, "Modes of Network Governance: Structure, Management, and Effectiveness," Journal of Public Administration Research and Theory, Vol. 18, No. 2 (April 2008), 231.

Keith G. Provan and Patrick Kenis, “Modes of Network Governance: Structure, Management, and Effectiveness,” Journal of Public Administration Research and Theory, Vol. 18, No. 2 (April 2008), 231.

Keith G. Provan and Patrick Kenis, “Modes of Network Governance: Structure, Management, and Effectiveness,” Journal of Public Administration Research and Theory, Vol. 18, No. 2 (April 2008), 229-252.

Keith G. Provan, and Patrick Kenis. "Modes of Network Governance: Structure, Management, and Effectiveness," Journal of Public Administration Research and Theory, Vol. 18, No. 2 (April 2008), 229-252.

R. A. W. Rhodes, “Understanding Governance: Ten Years On,” Organization Studies 28, no. 8 (2007): 1243-1264.

Robert D. Putnam, Bowling Alone: The Collapse and Revival of American Community, (New York: Simon and Schuster, 2000), 28, 46–47.

Stephen P. Osborne, “The New Public Governance?,” Public Management Review, Vol. 8, No. 3 (September 2006), 377-387.

Stephen P. Osborne, “The New Public Governance?,” Public Management Review, Vol. 8, No. 3 (September 2006), 377-387.

Tom Christensen, Per Laegreid, and Lise H. Rykkja, “Organizing for Crisis Management: Building Governance Capacity and Legitimacy,” Public Administration Review, Vol. 76, No. 6 (November/December 2016), 887-897.

สัมภาษณ์

สัมภาษณ์โดยผู้เขียน, ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 สุราษฎร์ธานี, 27 สิงหาคม 2568.

สัมภาษณ์โดยผู้เขียน, ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง, 31 กรกฎาคม 2568.

สัมภาษณ์โดยผู้เขียน, ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง, 26 สิงหาคม 2568.

สัมภาษณ์โดยผู้เขียน, สัมภาษณ์นายกเทศมนตรีตำบลทะเลน้อย, 31 กรกฎาคม 2568.

สัมภาษณ์โดยผู้เขียน, นายกเทศมนตรีตำบลทะเลน้อย, 31 กรกฎาคม 2568.

สัมภาษณ์โดยผู้เขียน, นายกเทศมนตรีตำบลทะเลน้อย, 26 สิงหาคม 2568.