การพัฒนาองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4
คำสำคัญ:
การพัฒนา, องค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา และเพื่อศึกษาการพัฒนาองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 กลุ่มตัวอย่าง ครูผู้สอน จำนวน 333 คน ผู้ให้ข้อมูล คือ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ศึกษานิเทศก์ ผู้อำนวยการสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 7 คน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เนื้อหาและหาความถี่
ผลการวิจัยพบว่า
1) องค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
ศรีสะเกษ เขต 4 โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ด้านความเป็นผู้นำ ด้านลักษณะงาน และด้านการสร้างงาน
2) การพัฒนาองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 พบว่า 1) ด้านการตอบสนองความต้องการทางจิตใจ ลดภาระงาน
และการประเมินที่ซ้ำซ้อน 2) ด้านเป้าหมายที่เหมาะสม ควรสร้างบรรยากาศในขอบเขตให้ครูผู้สอน
สามารถแสดงความคิดเห็นและนำเสนอแนวคิดใหม่ๆ 3) ด้านบุคลากรมีลักษณะที่ดี ควรสร้างความตระหนัก
ให้ครูผู้สอนเข้าใจบทบาทของตนเอง และมีเป้าหมายชัดเจนในการทำงาน 4) ด้านลักษณะงาน ควรจัดการและบริหารสถานที่ให้เหมาะสม ปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในโรงเรียนให้สวยงาม ร่มรื่น สะอาด ปลอดภัย และน่าอยู่ 5) ด้านความเป็นผู้นำ ผู้บริหารควรสร้างความตระหนักให้กับครูผู้สอนเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่โดยนำจรรยาบรรณวิชาชีพมาเป็นหลักในการทำงาน 6) ด้านลักษณะขององค์กร ควรสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการทำงาน ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างและอยู่ร่วมกันภายใต้กฎกติกาอย่างสันติ และ 7) ด้านการสร้างงาน ควรมีระบบบริหารจัดการองค์กรที่ดี บริหารงานโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานและยึดหลักธรรมาภิบาล
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กฤษณะ สายสมบัติ. (2566). แนวทางการบริหารสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งความสุขด้วยหลักไตรสิกขา. วารสารวิจัยนวัตกรรมการศึกษาและเทคโนโลยี, 2(1), 59-67. สืบค้นจาก https://so13.tci-haijo.org/index.php/jiret_2023/article/view/449
กอปรลาภ อภัยภักดิ์. (2563). ความสัมพันธ์ของทักษะการบริหารงานของผู้บริหารกับประสิทธิผลการทำงานเป็นทีมของข้าราชการครูในโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 4 อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัด ปทุมธานี(วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยปทุมธานี.
กอปรลาภ อภัยภักดิ์. (2563). บรรยากาศองค์กรแห่งความสุข: คนเบิกบาน งานสำเร็จ. วารสาร มจร มนุษยศาสตร์ปริทรรศน์, 6(1), 315-331. สืบค้นจาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/ human/article/view/237682
จินดาวรรณ รามทอง. (2560). โมเดลปัจจัยเชิงสาเหตุความสุขในการทางานของบุคลากรสายสนับสนุนในมหาวิทยาลัย. วารสารพัฒนบริหารศาสตร์, 57(2), 59-82. สืบค้นจาก https://kb.psu.ac.th/psukb/bitstream/2010/10166/1/404565.pdf
ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ และ ธีร์ธรรม วุฑฒิวัตรชัยแก้ว. (2560). องค์กรแห่งความสุข (Happiness Workplace) ตามทัศนะของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2. วารสาร มจร. อุบลปริทรรศน์, 8(2), 1- 14. สืบค้นจาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/mcjou/article/view/266762
ฐิติกรณ์ อาจะสมิต. (2564). แนวทางการพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นองค์กรแห่งความสุข สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 1. วารสารบริหารการศึกษา มศว, 18(34), 42-56. สืบค้นจาก http://ojs.mbu.ac.th/index.php/jbpe/article/view/1817
ฐิติชัน ลุนสูงยาง และ สุภาพ ผู้รุ่งเรือง. (2566). รูปแบบการบริหารโรงเรียนตามแนวคิดองค์การแห่งความสุข โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในจังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิทยาลัยนครราชสีมา, 18(2), 75-87. สืบค้นจาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/hsjournalnmc/article/view/273222
ณัฐพงษ์ น้อยโคตร. (2565). แนวทางการพัฒนาสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งความสุข สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ธนวุฒิ แก้วนุช. (2561). การพัฒนาสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสู่การเป็นองค์กรแห่งความสุข(วิทยานิพนธ์ดุษดีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต.
ธีร์ธรรม วุฑฒิวัตรชัยแก้ว (2560). ความสุข 8 ประการ ใน องค์กรแห่งความสุข 4.0 (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: แอทโฟร์พริ้นท์.
นันท์สินี ทวิสุวรรณ. (2562). สุขภาวะองค์กรของโรงเรียนบ้านเขาอ่างแก้ว. วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร, 11(1), 153–164. สืบค้นจาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ EdAd/article/view/242016
ปุญญพัฒน์ คุ้มภัย และ วิโรจน์ สุรสาคร. (2567). องค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2. วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์, 2(3), 11-23.สืบค้นจาก https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jotgac/article/view/742
พิกุล พุ่มช้าง. (2559). การวิเคราะห์องค์ประกอบการเป็นองค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษา : การวิเคราะห์โมเดลเปรียบเทียบการศึกษาขั้นพื้นฐานและอุดมศึกษา(ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
พิมพ์พิชชา ฤทธิ และ มนตรี ชนมณีศิลานุกิจ. (2567). องค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร. วารสารนครรัฐ, 1(1), 35-46. สืบค้นจาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/mcjou/article/view/272520
ภคพร ใจมาก, สิทธิชัย มูลเขียน และ ธีระภัทร ประสมสุข. (2566). การสร้างองค์กรแห่งความสุขในโรงเรียนสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษจังหวัดแม่ฮ่องสอน. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 5(6), 1256-1264. สืบค้นจาก https://so02.tcithaijo.org/index.php/jemri/article/view/265786
ภัทรพล ก้อนเพชร. (2564). สภาพและแนวทางการพัฒนาการเป็นโรงเรียนแห่งความสุขของโรงเรียน กลุ่มบางละมุง 3 สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3(วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2560). พจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถาน. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: นานมีบุ๊คส์.
ศราวุฒิ อินดา และ วันทนา อมตาริยกุล. (2565). แนวทางการพัฒนาสู่องค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดหนองคาย. วารสารปัญญาปณิธาน, 7(1), 83-96. สืบค้นจาก https://so13.tci-thaijo.org/index.php/jotgac/article/view/742
ศุลีพร เพชรเรียง. (2562). การพัฒนาองค์กรแห่งความสุขของวิทยาลัยบรมราชชนนี สงขลา(วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). วิทยาลัยบรมราชชนนีสงขลา. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4. (2565). แผนพัฒนาการศึกษาประจำปี พ.ศ. 2565-2569. ศรีสะเกษ: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.
สุธิศา เกตุแก้ว. (2564). การปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อความสุขในการทำงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร. วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา, 11(3), 546-553. สืบค้นจาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/jdar/article/view/248820
อนุพงศ์ รอดบุญปาน. (2561). องค์กรแห่งความสุขของโรงเรียนอนุบาลกุยบุรี (วัดวังยาว)(วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศิลปากร.
อุทัย บุญประเสริฐ และ พิมลพรรณ เพชรสมบัติ. (2563). รูปแบบการพัฒนาสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสู่การเป็นองค์กรแห่งความสุข. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 23(1), 54-71. สืบค้นจาก https://th.search.yahoo.com/search; AwrKHEWts7ZnKQIAGnmbSwx.?p
อุทัยวรรณ ศรีรัตน์ และ ประเสริฐ อินทร์รักษ์ . (2563). การเป็นโรงเรียนแห่งความสุขของโรงเรียนชุมชน บ้านหนองฝ้าย. วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร, 11(2), 17-31. สืบค้นจาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EdAd/article/view/242423
Ben, S. T. (2007). Happier. (3th ed.). New York: McGraw-Hill.
Martin, A. J., Jones, E. S., and Callan, V. J. (2005). The role of psychological climate in facilitating employee adjustment during organizational change. European journal of work and organizational psychology, 14(3), 263-289.
Warr, P. (1990). The measurement of well-being and other aspects of mental health. Journal of Occupation Psychology, 62(1), 193-210.