การเมืองเมียนมากับผลกระทบต่อไทย พ.ศ.2564-2567
คำสำคัญ:
รัฐประหารเมียนมา, ผลกระทบต่อประเทศไทย, บทบาทรัฐบาลไทยบทคัดย่อ
การศึกษาผลกระทบของวิกฤตการเมืองเมียนมาที่ส่งต่อมายังไทย และศึกษาบทบาทของรัฐบาลไทย
ในการรับมือและตอบสนองต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาทางการเมืองในเมียนมา การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ การค้นคว้าข้อมูลจากเอกสาร (Documentary Research) การสัมภาษณ์แบบเชิงลึก (In-dept Interview) จำนวน 3 ท่าน จากฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายทหาร และฝ่ายภาคประชาสังคม และการเข้าร่วมงานประชุมวิชาการ ผลการวิจัยพบว่า
1) ภาพรวมสถานการณ์ในเมียนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564-2567 หลังจากกองทัพเมียนมา
ทำรัฐประหาร ก่อให้เกิดการต่อต้านอย่างกว้างขวางจากประชาชน กลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ และกลุ่มต่อต้าน อีกทั้งเกิดแรงกดดันจากประชาคมโลกที่ใช้มาตรการคว่ำบาตรรัฐบาลทหาร ทำให้เมียนมาตกอยู่ภายใต้การแทรกแซงจากประเทศมหาอำนาจต่างๆ อีกทั้งประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการเมืองโดยตรง
ซึ่งแนวโน้มสถานการณ์การเมืองในเมียนมาในปี 2568 ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความรุนแรงต่อเนื่อง
2) ประเทศไทยได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตการณ์ในเมียนมาใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่
1) มิติด้านการเมือง 2) มิติด้านความมั่นคง 3) มิติด้านเศรษฐกิจ และ 4) มิติด้านอาชญากรรมข้ามชาติ ขณะที่บทบาทของประเทศไทยทั้ง 3 รัฐบาล ระหว่างปี พ.ศ.2564-2567 มีแนวทางดำเนินนโยบายดังนี้
1) รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ ใช้นโยบายไม่แทรกแซงกิจการภายในของเมียนมา เน้นการทูตแบบปิดเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่มั่นคงและป้องกันการเผชิญหน้าโดยตรงกับรัฐบาลทหารเมียนมา 2) รัฐบาลเศรษฐาเน้นความร่วมมือด้านมนุษยธรรมและการทูตเชิงรุกภายในกรอบอาเซียน โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยมีบทบาทที่ชัดเจนและเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคมากขึ้น และ 3) รัฐบาลแพทองธาร มุ่งเน้นการทูต
เชิงเศรษฐกิจควบคู่กับการผลักดันบทบาทไทยในเวทีพหุภาคี แต่ยังขาดกรอบยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการยกระดับบทบาทไทยในวิกฤตเมียนมา และขาดความเชื่อมั่นในการบริหารหรือการจัดการปัญหาที่ต้องพึ่งพาประเทศที่สามเข้ามาช่วยเหลือ
3) ผู้วิจัยมีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ทั้งสามรัฐบาลมีแนวโน้มร่วมที่สำคัญคือ ความระมัดระวังในการดำเนินนโยบายต่อเมียนมา ที่มุ่งเน้นต่อผลประโยชน์แห่งชาติในระยะสั้น ภายใต้กรอบของการจัดการผลกระทบ มากกว่าการมีบทบาทเชิงรุก เนื่องจากการเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้างจากปัจจัยภายในและภายนอก นอกจากนี้ ไทยยังอยู่ในสถานะที่ให้น้ำหนักกับหลักไม่แทรกแซงกิจการภายใน
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กุลนันทน์ คันธิก. (2560). สถานะการศึกษานโยบายต่างประเทศของไทย : บทสํารวจเบื้องต้น. วารสารสังคมศาสตร์, 47(2): 1-28.
จันจิรา สมบัติพูนศิริ. (2557). แนวคิดเรื่องประชาสังคมโลกและการเปลี่ยนผ่านสู่ภาคปฏิบัติ: ประเด็นการแทรกแซงด้านมนุษยธรรมและ “หลักรับผิดชอบเพื่อปกป้อง”. วารสารธรรมศาสตร์, 33(3): 115-134. สืบค้นจาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/tujo/article/view/32709
จุฑามณี สามัคคีนิชย์. (2566). นโยบายต่างประเทศไทยต่อเมียนมาหลังการรัฐประหารในเมียนมาปี 2021. Journal of Politics and Governance September – December 2023, 3(13): 219-238.
ถวิลศักดิ์ บุญเพ็ง. (2547). การสร้างความปรองดองและการถ่ายโอนประชาธิปไตยในพม่า ค.ศ.1990-2003. ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง, กรุงเทพ.
ภูวิน บุณยะเวชชีวิน. (2557). การเมืองความเชื่อมโยงภายในนโยบายต่างประเทศของไทย : ไทยกับความร่วมมือเอเชีย. วารสารมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์, 9(1): 287-305. สืบค้นจาก https://pbunyavejchewin.com/wp-content/uploads/2013/04/linkage_acd.pdf
บีบีซีนิวส์ ไทย. (1 กุมภาพันธ์ 2564). รัฐประหารเมียนมา : กระบอกเสียงกองทัพยืนยัน ผบ.สูงสุดเข้ารักษาอำนาจรัฐแล้ว. เข้าถึงได้จาก https://www.bbc.com/thai/55882563
ลลิตา หาญวงษ์. (1 กุมภาพันธ์ 2565). รัฐประหารเมียนมา: 1 ปีผ่านกับงานการทูตที่ไทยเลือกแสดง. สืบค้นจาก https://www.bbc.com/thai/60163964
ละมัย พรมประทุม. (2555). การเปลี่ยนผ่านของเมียนมาร์ : เงื่อนไขที่กองทัพถอยออกไปในช่วงต้นศตวรรษที่ 21. ปริญญานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สืบค้นจาก https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/51728/
ศรีเสด็จ กองแกน. (2566). การจัดการความขัดแย้ง. วารสารส่งเสริมและพัฒนาวิชาการสมัยใหม่ มีนาคม-เมษายน 2566, 1(2): 36-49. doi:https://doi.org/10.14456/madpiadp.2023.9
ศิริจันทร์ จุลนิล. (2562). การจัดการความขัดแย้งของตำรวจ. Journal of Roi Kaensarn Academi มกราคม-มิถุนายน, 4(1): 46-61.สืบค้นจากhttps://so02.tci- thaijo.org/index. php/JRKSA/article/view/246210
Asia-Pacific Centre for the Responsibility to Protect. (2022). ASEAN and the Rohingya Crisis Since 2017. The University of Queensland, Brisbane,Australia. Retrieved from https://r2pasiapacific.org/article/2022/09/asean-and-rohingya-crisis-2017