โปรแกรมการพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม

ผู้แต่ง

  • จินตนา สมเสียง คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  • ธัชชัย จิตรนันท์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

คำสำคัญ:

การพัฒนาโปรแกรม, โปรแกรมพัฒนาครู, การจัดการเรียนรู้เชิงรุก

บทคัดย่อ

            การวิจัยครั้งนี้ มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม
2) พัฒนาโปรแกรมการพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 25 คน และครู จำนวน 290 คน รวมจำนวนกลุ่มตัวอย่าง 315 คน ทำการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย 1) แบบสอบถาม ซึ่งผ่านการหาคุณภาพ มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.60 - 1.00 ค่าอำนาจจำแนกรายข้อ ตั้งแต่ 0.282-0.871 และ 0.294-0.838 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.803 และ 0.863
2) แบบสัมภาษณ์ และ 3) แบบประเมิน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า

  1. การจัดการเรียนรู้เชิงรุกของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม มีสภาพปัจจุบันโดยรวมและรายด้านทุกด้านอยู่ในระดับปานกลาง และมีสภาพที่พึงประสงค์โดยรวมและรายด้านทุกด้านอยู่ในระดับมาก มีความต้องการจำเป็นโดยรวม เท่ากับ 0.27 (PNImodified = 0.27) เรียงลำดับความต้องการจำเป็นรายด้าน ได้ดังนี้ ลำดับที่ 1 ด้านการพัฒนาวิธีการสอนและการจัดการชั้นเรียน (PNImodified = 0.37) ลำดับที่ 2 ด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ (PNImodified = 0.34) ลำดับที่ 3 ด้านการออกแบบการจัดการเรียนรู้ (PNImodified = 0.28) ลำดับที่ 4 ด้านการออกแบบเนื้อหาเชื่อมโยงกับหลักสูตร (PNImodified = 0.23) และลำดับที่ 5 ด้านการบริหารจัดการทรัพยากร (PNImodified = 0.19) ตามลำดับ
  2. โปรแกรมพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ คือ 1) แนวคิดและหลักการ 2) วัตถุประสงค์ของโปรแกรม 3) เนื้อหาของโปรแกรม ประกอบด้วย 5 โมดูล ได้แก่ โมดูลที่ 1 การออกแบบเนื้อหาเชื่อมโยงกับหลักสูตร โมดูลที่ 2 การบริหารจัดการทรัพยากรทำงานและการจัดการเรียนรู้ โมดูลที่ 3 การพัฒนาวิธีการสอนและการจัดการชั้นเรียน โมดูลที่ 4 การออกแบบการจัดการเรียนรู้ และโมดูลที่ 5 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การพัฒนาครูใช้หลักการ 70:20:10 ประกอบด้วย 3 วิธี ได้แก่ การอบรมเชิงปฏิบัติการ การศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการพัฒนาตนเอง ใช้ระยะเวลาในการดำเนินโปรแกรม รวม 263 ชั่วโมง ผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของโปรแกรม โดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน พบว่า โปรแกรมพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม มีความเหมาะสม โดยอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.51, S.D. = 0.50) และมีความเป็นไปได้โดยรวมอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.47, S.D. = 0.50)

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

กิติมา ปรีดีดิลก. (2551). การบริหารและการนิเทศการศึกษาเบื้องต้น. กรุงเทพมหานคร: อักษรพิพัฒน์.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2540). การปฏิรูปการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแหงชาติ. กรุงเทพมหานคร: คุรุสภาลาดพร้าว.

กลุ่มนโยบายและแผน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม. (2565). รายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565. สืบค้นเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2564. จาก https://www.ses26.go.th/?page_id=22319.

เฉลิมพล สุปัญญาบุตร. (2562). PROGRAM OF ACTIVE LEARNING การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 24. วารสารวิชาการแสงอีสาน, 16(2): 272-286.

ชุติกาญจน์ นามโร และสุทธิพงศ์ หกสุวรรณ. (2567). โปรแกรมเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 1. วารสารการบริหารการศึกษา มมร.วิทยาเขตร้อยเอ็ด, 4(3): 411-419.

ไท คำล้าน. (2551). การพัฒนาโปรแกรมฝึกอบรม เพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำทางสิ่งแวดล้อมศึกษาสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา. วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

ทวีวัฒน์ วัฒนกุลเจริญ. (2555). รายงานการวิจัยเรื่อง การพัฒนาชุดฝึกอบรมทางไกลเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ใช้ในการศึกษาทางไกล. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.

ยนต์ ชุ่มจิต. (2550). ความเป็นครู. กรุงเทพมหานคร: โอเดียนสโตร์.

ยอดอนงค์ จอมหงส์พิพัฒน์. (2553). การพัฒนาโปรแกรมพัฒนาครูผู้นำการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาอุดมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสดศรีสฤษดิ์วงศ์.

วัทนวิภา บุดดีสี. (2565). การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. (2551). แผนพัฒนาทรัพยากรบุคคล มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (พ.ศ. 2551-2555). สืบค้นเมื่อ 13 กันยายน 2561. จาก http://mslib.kku.ac.th/elib/multim/books/Accounting2562/RODJANA%20JANPLENG/pdf/06_ref.pdf

รัชนี กัลยาวินัย และอัจฉรา ธารอุไรกุล. (2545). การวิเคราะห์และการออกแบบระบบคอมพิวเตอร์ สมัยใหม่. กรุงเทพมหานคร: คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2554). จากจุดเน้นการพัฒนาผู้เรียน...สู่ชั้นเรียนการจัดการเรียนรู้. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

__________. (2562). แนวทางการนิเทศเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้. สืบค้นเมื่อ 8 กรกฎาคม 2567. จาก http://academic.obec.go.th/images /document/1603180137_d_1.pdf.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). การพัฒนากระบวนทัศน์ รูปแบบและกลไกการพัฒนาครูในลักษณะเครือข่ายเชิงพื้นที่ 5 พื้นที่. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานฯ.

สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย. (2558). แนวทางการจัดทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่เน้นสมรรถนะทางสาขาวิชาชีพ. กรุงเทพมหานคร:

สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ.

_________. (2561). แนวทางการดำเนินงานโรงเรียน มาตรฐานสากล. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2560). การประเมินเพื่อการเรียนรู้ : การตั้งคำถามและการให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

สุวัฒน์ จุลสุวรรณ์. (2554). องค์ประกอบของโปรแกรม. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

เสาวลักษณ์ นิกรพิทยา. (2552). การมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

สถาพร พฤฑฒิกุล. (2555). คุณภาพผู้เรียน...เกิดจากกระบวนการเรียนรู้ (QUALITY OF STUDENTS DERIVED FROM ACTIVE LEARNING PROCESS). วารสารการบริหารการศึกษามหาวิทยาลัยบูรพา, 6(2): 1-13.

สุทธินันท์ สุวรรณวิจิตร. (2567). การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวในสังคมไทย. วารสารกว๊านพะเยา, 1(3), 51-59.

สุพิษ ชัยมงคล. (2556). กลยุทธ์การพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูผู้สอนระดับประถมศึกษาในพื้นที่สูง. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย.

หน่วยศึกษานิเทศก์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). แนวทางการนิเทศภายในโดยใช้ห้องเรียนเป็นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

หรรษา สุขกาล.(2543). การพัฒนารูปแบบโปรแกรมการทำงานระหว่างเรียนเพื่อส่งเสริมจริยธรรมในการทำงานของนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตในสถาบันอุดมศึกษา สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาอุดมศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อภิวาส โพธิตาทอง. (2563). การพัฒนาโปรแกรมพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกสาหรับสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 30. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

Bar, M. J., & Keating, L. A. (1990). Developing Effective Student Services Program. California: Jossey-Bass.

Barratt, C., et al. (2013). How to Develop a Training Program on the Job. Date to Accessed (12 January 2023). Retrieved from http://www.wikihow. com/Develop-a-Training-Program -on-the-Jop.

Bonwell, C. C. (2003). Active Learning: Creating Excitement in the Classroom. Date to Accessed (12 January 2023). Retrieved from www.active-learning-site.com

Bonwell, C. C., & Eison, J. A. (1991). Active Learning: Creating Excitement in the Classroom. ASHE-ERIC Higher Education Report. Washington DC.: School of Education and Human Development, George Washington University

Boston University for Teaching & Learning. (2024). Active Learning. Date to Accessed 8 July 2024. Retrieved from https://www.bu.edu/ctl/ ctl_ resource/active-learning-teaching-guide/.

Cooperstein, S. E., & Kocevar-Weidinger, E. (2004). Beyond active learning: A constructivist approach to learning. Reference Services Review, 32(2): 141-148.

Felder, R. M., & Brent, R. (2009). Active Learning: An Introduction. Date to Accessed 14 October 2024. Retrieved from http://www4.ncsu.edu/unity/lockers /users/f/felder/bublic/Papers/ALpaper(ASQ).pdf

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). “Determining Sample Size for Research Activities”. Educational and Psychological Measurement, 30(3): 607–610.

McCall, M. W., Lombardo, M. M., & Morrison, A. M. (1988). The lessons of experience: How successful executives develop on the job. Lexington, MA: Lexington Books.

Meyers, C., & Jones, T. (1993). Promoting active Learning: Strategies for the college classroom. San Francisco: Jossey-Bass.

Nadler, L. (1989). Corporate Human Resource Development. New York: Van Nostrand Reinhold Company.

Prince, M. (2004). Does Active Learning Work? A Review of the Research. Journal of Engineering Education, 93(3): 223-232.

Shenker, J. I., Goss, S. A., & Bernstein, D. A. (1996). Instructor’s Resource Manual for Psychology: Implementing Acting Learning in the Classroom. Date to Accessed (12 January 2023). Retrieved from http://s.psych/uiuc,edu/-jskenker/active.html.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-24

รูปแบบการอ้างอิง

สมเสียง จ., & จิตรนันท์ ธ. (2026). โปรแกรมการพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม. วารสารมหาจุฬาคชสาร, 17(3), 547–565. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/gajasara/article/view/289296

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย