การเพิ่มศักยภาพด้านภาวะความเป็นผู้นำต่อการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของหน่วยงานภาครัฐ
คำสำคัญ:
การเพิ่มศักยภาพ , ภาวะความเป็นผู้นำ , องค์การแห่งการเรียนรู้บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนบุคคล การเพิ่มศักยภาพ และภาวะความเป็นผู้นำที่มีผลต่อการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของหน่วยงานภาครัฐ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงสำรวจโดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างกำลังพลของกระทรวงกลาโหม จำนวน 400 คน จาก 5 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ หน่วยละ 80 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ สถานภาพ ระดับการศึกษา อายุงาน และรายได้ต่อเดือน ไม่มีผลต่อการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่การเพิ่มศักยภาพด้านการพัฒนา (β = 0.350) ด้านการเปลี่ยนแปลง (β = 0.120) และภาวะความเป็นผู้นำด้านการกระตุ้นการใช้ปัญญา (β = 0.250) มีอิทธิพลเชิงบวกต่อการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยตัวแปรทั้งสามตัวสามารถร่วมกันพยากรณ์การเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของหน่วยงานภาครัฐได้ร้อยละ 55.2 ข้อเสนอแนะจากการศึกษาประกอบด้วย การสร้างวัฒนธรรมการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง การส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเชิงรุกและการยอมรับนวัตกรรม และการพัฒนาภาวะผู้นำที่สามารถกระตุ้นการใช้ปัญญาของบุคลากรในองค์กร งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มศักยภาพและภาวะความเป็นผู้นำเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนหน่วยงานภาครัฐให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้
เอกสารอ้างอิง
เฉลิมฤทธิ์ สาระกุล และสุรางค์ เทพศิริ. (2556). ปัจจัยที่มีผลต่อการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สังกัด สำนักงานเขตสระบุรี. คลังปัญญามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราขมงคลธัญบุรี. http://www.repository.rmutt.ac.th/dspace/handle/123456789/2330
ปราณี ตันประยูร. (2560). ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา.วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ (มนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์), 7(2), 35-44.
ปัฐมพงศ์ รัตนโกศัย. (2559). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้การเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ : ศึกษากรณีโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาในจังหวัดพัทลุง [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. คลังปัญญาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. https://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/55126
ศิรัญญา สระ. (2557). ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาตามทรรศนะของผู้บริหารสถานศึกษาและครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 5. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรี.
อภัยวิเชษฐ์ ใจประสงค์ และ สุริยะ เจียมประชานรากร. (2559). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาบริษัท ไทยยูเนี่ยนฟีดมิลล์ จำกัด สู่องค์กรแห่งการเรียนรู้. วารสารบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, 12(1), 93-101.
Bennett, N., & Lemoine, J. (2014). What VUCA really means for you. Harvard business review, 92(1/2).
Godoy, M. F. de, & Ribas Filho, D. (2022). Facing the BANI World. International Journal of Nutrology, 14(2), 33. https://doi.org/10.1055/s-0041-1735848
House, R. J., & Mitchell, T. R. (1974). Path-Goal Theory of Leadership. Journal of Contemporary Business, 9, 81-97.
Knowles, M. (1978). The Adult Learning: A Neglected Species (2nd ed.). Gulf.
Kouzes, J. M., & Posner, B. Z. (2002). The Leadership Challenge (3th ed.). John Wiley & Sons, Inc.
Lawrence, K. (2013). Developing Leaders in a VUCA Environment. UNC Executive Development, 1-15.
Lewin, K. (1951). Field Theory in Social Science: Selected Theoretical Papers (ed. Cartwright, D.). Harper & Row.
Lewin, K. (1947). Frontiers in Group Dynamics: II. Channels of Group Life; Social Planning and Action Research: II. Channels of Group Life; Social Planning and Action Research. Human Relations, 1(2), 143-153. https://doi.org/10.1177/001872674700100201.
Lussier, R. N., & Achua, C. F. (2001). Leadership: Theory Application Skill Development. South-Western Cengage Learning.
Marquardt, M. J. (2002). Building the Learning Organization: Mastering the 5 Element for Corporate Learning (2nd ed.). Davies-Black.
McClelland, D. C. (1973). Test for Competence, rather than intelligence. American Psychologist, 28(1), 1–14. https://doi.org/10.1037/h0034092
Nadler, D. A., & Tushman, M. L. (1990). Beyond the Charismatic Leader: Leadership and organizational change. California Management Review, 32(2), 77-97. https://doi.org/10.2307/41166606
Rafferty, A. E., & Griffin, M. A. (2004). Dimensions of transformational leadership: Conceptual and empirical extensions. The leadership quarterly, 15(3), 329-354. https://doi.org/10.1016/j.leaqua.2004.02.009
Schwab, K. (2016). The Fourth Industrial Revolution. In Word Economic Forum. https://www.weforum.org/about/the-fourth-industrial-revolution-by-klaus-schwab/
Senge, P. M., Cambron-McCabe, N., Lucas, T., Smith, B., Dutton, J., & Kleiner, A. (2000). Schools that work: a fifth discipline fieldbook for educators, parent, and everyone who cares about education. Doubleday.
Tatar, A., & Demir, B. (2021). Investigation of the relationship between organizational learning and job satisfaction. Logos Universality Mentality Education Novelty: Political Sciences and European Studies, 7(1), 101-138. https://doi.org/10.18662/lumenpses/7.1/34
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 จุฑา มุกนพรัตน์, ธีทัต ตรีศิริโชติ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ ผู้เขียน
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารเครือข่ายส่งเสริมการวิจัยทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์จะถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ

