รูปแบบการจัดทำฝายชะลอน้ำโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านตะเหมก ตำบลละมอ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาลักษณะการจัดทำฝายชะลอน้ำของชุมชน 2) วิเคราะห์การมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดทำฝายชะลอน้ำ และ 3) เสนอรูปแบบการจัดทำฝายชะลอน้ำโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านตะเหมก ตำบลละมอ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษาจากข้อมูลเอกสารที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มเป้าหมายด้วยการเลือกแบบเจาะจง จำนวน 42 คน ประกอบด้วยปราชญ์ชาวบ้าน จำนวน 2 คน ผู้นำท้องถิ่นและผู้นำท้องที่ จำนวน 18 คน ประชาชนและผู้แทนจากสภาองค์กรชุมชน จำนวน 22 คน และการจัดประชุมแบบมีส่วนร่วม จำนวน 5 ครั้ง ดำเนินการจำแนกจัดระบบข้อมูลและวิเคราะห์เชิงเนื้อหาสรุปเป็นภาพรวม ผลการวิจัยพบว่า 1) ลักษณะการจัดทำฝายชะลอน้ำของชุมชนบ้านตะเหมกเป็นการสร้างสิ่งก่อสร้างขวางกั้นทางน้ำโดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมและการจัดการเชิงบูรณาการที่ผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นกับองค์ความรู้สมัยใหม่ด้วยการใช้วัสดุธรรมชาติและวัสดุการก่อสร้างเพื่อก่อสร้างฝายชะลอน้ำให้มีความคงทน สามารถใช้ประโยชน์ได้ยาวนานและเกิดประโยชน์ต่อการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ 2) กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนถือเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความยั่งยืนของการบริหารจัดการน้ำที่ขับเคลื่อนผ่านกลไกการร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมดำเนินการ ร่วมใช้ประโยชน์และร่วมดูแลรักษา และ 3) รูปแบบการจัดทำฝายชะลอน้ำโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านตะเหมก ตำบลละมอ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง มี 3 รูปแบบ คือ ฝายชะลอน้ำแบบวัสดุธรรมชาติ ฝายชะลอน้ำแบบกึ่งถาวรและฝายชะลอน้ำแบบถาวร ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูระบบนิเวศและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจยวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจยวิชาการก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กรมชลประทาน. (2559). คู่มือการกำหนดรูปแบบ ก่อสร้าง ซ่อมปรับปรุง บำรุงรักษาและเพิ่มประสิทธิภาพฝายชะลอน้ำพอเพียงตามแนวพระราชดำริ. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. https://www.pidthong.org/img_ebook/file/44-file-8343.pdf
กรมทรัพยากรน้ำ. (2562). ฝายต้นน้ำ (Check Dam). กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. https://dwr.go.th/uploads/file/article/2017/article_th-01052017-134321-487680.pdf
โกวิทย์ พวงงาม. (2553). การจัดการตนเองของชุมชนและท้องถิ่น. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ดำรง โยธารักษ์, นิพนธ์ รัตนคช, สุดารัตน์ สุดสมบูรณ์, อัสมา พิมพ์ประพันธ์, อรณุชา อยู่สกุล, พุธวิมล คชรัตน์, พนิตา อำลอย, และประภาพร ปิยะพิสุทธิศักดิ์. (2562). การบริหารจัดการ น้ำด้วยฝายมีชีวิต: กรณีศึกษาฝายมีชีวิตบ้านยางค้อม อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารเทคโนโลยีภาคใต้, 12(1), 158-166. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/journal_sct/article/view/117373
เดโช แขน้ำแก้ว. (2564). สถานการณ์และรูปแบบความร่วมมือในการจัดทำฝายชะลอน้ำ บ้านกำแพงเซา หมู่ที่ 2 ตำบลกำแพงเซา อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิชาการเซาธ์อีสท์บางกอก (สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 7(1), 29–40. https://doi.org/10.14456/sb-journal.2021.3
ประเสริฐศักดิ์ มั่งอะนะ และสุรเชษฐ เวชชพิทักษ์ (2563). การสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อแก้วิกฤตขาดแคลนน้ำโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน บ้านหนองกองเหนือ ตำบลนาบ่อคำ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร. วารสาร มจร การพัฒนาสังคม, 5(3), 133–144. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JMSD/article/view/252379
มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. (2560). รายงานประจำปี 2560. https://www.utokapat.org/wp-content/uploads/2018/10/AnnualReport2560.pdf
วนิดา วาดีเจริญ, รังสรรค์ เลิศในสัตย์ และ สมบัติ ทีฆทรัพย์. (2560). ระเบียบวิธีวิจัยจากแนวคิดทฤษฎีสู่ภาคปฏิบัติ. สํานักพิมพ์ซีเอ็ดยูเคชั่น.
Chambers, R. (1997). Whose Reality Counts? Putting the First Last. Intermediate Technology Publications. https://doi.org/10.3362/9781780440453.000.
Cohen, J. M., & Uphoff, N. T. (1980). Participation’s place in rural development: Seeking clarity through specificity. World Development, 8(3), 213–235. https://doi.org/10.1016/0305-750X(80)90011-X