การจัดการเรียนการสอนอาเซียนศึกษาที่บูรณาการวัฒนธรรมการแต่งกายพื้นบ้านเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ของนักเรียนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดการเรียนการสอนรายวิชาอาเซียนศึกษาที่นำวัฒนธรรมการแต่งกายพื้นบ้านมาใช้เป็นฐานการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ และ 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้รายวิชาอาเซียนศึกษาที่พัฒนาขึ้นในบริบทเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเชียงราย งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงพัฒนาและประเมินผล กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3.5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย จำนวน 38 คน ได้มาจากการคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ออกแบบเป็น 5 ขั้นตอน ได้แก่ การกระตุ้นประสบการณ์และตั้งประเด็นการเรียนรู้ การสำรวจวัฒนธรรมการแต่งกายพื้นบ้าน การออกแบบแนวคิดผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ การลงมือสร้างชิ้นงาน และการนำเสนอแลกเปลี่ยนพร้อมการสะท้อนคิด และ 2) แบบประเมินความพึงพอใจแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 18 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า 1) แนวทางการจัดการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 5 ขั้นตอนดังกล่าว โดยช่วยให้นักเรียนเรียนรู้อาเซียนผ่านมิติทางวัฒนธรรมที่ใกล้ตัว สามารถเชื่อมโยงอัตลักษณ์ท้องถิ่นกับแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และพัฒนาเป็นแนวคิดผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ได้ และ 2) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.82, S.D. = 0.32) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการจัดการเรียนรู้มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (
= 4.85, S.D. = 0.29) รองลงมาคือด้านเนื้อหาการเรียนรู้ (
= 4.82, S.D. = 0.43) และด้านประโยชน์จากการปฏิบัติและการต่อยอดสู่อาชีพ (
= 4.80, S.D. = 0.39) สะท้อนว่าการจัดการเรียนรู้นี้มีความเหมาะสมต่อบริบทการศึกษาในพื้นที่ชายแดนและเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเชียงราย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจยวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจยวิชาการก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2559, 29 มิถุนายน). เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย. https://www.moe.go.th/%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9%E0%B9%80/
จิระเดช นุกูลโรจน์. (2567). ห้องเรียนพหุวัฒนธรรม : ว่าด้วยทุนความรู้ วิธีจัดการเรียนรู้ และอัตมโนทัศน์ของครูนาฏศิลป์. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, 19(3), 91-101. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/yru_human/article/view/272947
ชมพู เนื่องจำนงค์, ภัทรยุทธ โสภาอัศวภรณ์, และอัจฉรา ธนีเพียร. (2563). กรอบทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 กับการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน. วารสารวิชาการสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ, 6(1), 623-640. https://so04.tci-thaijo.org/index.
php/svittj/article/view/241234
ประทวน วันนิจ และมนูญ สอนโพนงาม. (2565). วิกฤตวัฒนธรรม เปลี่ยนผ่านวิถีชีวิตสังคมไทยในยุคดิจิทัล. วารสารวนัมฎองแหรกพุทธศาสตรปริทรรศน์, 9(2), 117–126. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/Vanam_434/article/view/259582
พัชกุล แก้วกำพลนุชิต. (2565). ผลการจัดกิจกรรมอ่านจับใจความโดยใช้เทคนิคการสะท้อนคิดที่มีต่อการตระหนักรู้ในตนเองของนักเรียนประถมศึกษา [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chula Digital Collections. https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/6388
มวลมาศ บึงราษฎร์. (2568). โรงเรียนในฐานะชุมชนแห่งการเรียนรู้ : ชุมชนการเรียนรู้ที่มีพลัง. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.), 7(4), 591–604. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JAPDEAT/article/view/281704
วรรณา ชนชนะชัย. (2566). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้นอกสถานที่เสมือนร่วมกับการใช้บริบทเป็นฐานและเทคนิคการเล่าเรื่องเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และสร้างความตระหนักในคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมของนักเรียนมัธยมศึกษา. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chula Digital Collections. https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/12149
วีระศักดิ์ บุญญดิษฐ์, เรวดี กระโหมวงศ์, ทวีศักดิ์ พุฒสุขขี และเมธี ดิสวัสดิ์. (2568). รูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองของเยาวชนในจังหวัดปัตตานี. วารสารการจัดการองค์กร และพัฒนาสังคม, 5(1), 137–152. https://so17.tci-thaijo.org/index.php/JOMSD/article/view/1118
อนรรฆ สมพงษ์. (2562). การจัดการเรียนการสอนอาเซียนศึกษาในโรงเรียนไทย. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ, 13(1), 156-164. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/sskrujournal/article/view/184766
Ausat, A. M. A., Bana, T. A., & Gadzali, S. S. (2023). Basic Capital of Creative Economy: The Role of Intellectual, Social, Cultural, and Institutional Capital. Apollo: Journal of Tourism and Business, 1(2), 42-54 10.58905/apollo.v1i2.21
Cunningham, S. (2005). Knowledge and cultural capital. In D. Rooney, G. Hearn, & A. Ninan (Eds.), Handbook on the knowledge economy. (pp. 93–101). Edward Elgar Publishing.
Dillenbourg, P. (2004). Framework for integrated learning. Kaleidoscope Network of Excellence, Deliverable D23.5. Kaleidoscope Network of Excellence. https://telearn.hal.science/hal-00190107v1
Sleeter, C. E. (2012). Confronting the marginalization of culturally responsive pedagogy. Urban education, 47(3), 562-584. https://doi.org/10.1177/0042
085911431472