การจัดการมรดกทางวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนา ในอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
คำสำคัญ:
การจัดการ, มรดกทางวัฒนธรรม, พระพุทธศาสนา, อำเภอสารภีบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาประวัติและคุณค่ามรดกวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนา 2) ศึกษากระบวนการการจัดการมรดกวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนา และ 3) วิเคราะห์การจัดการมรดกวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนา ในอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้การวิจัยเอกสารร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 15 คน และการสนทนากลุ่ม 6 คน ในพื้นที่ 3 แห่ง จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และสังเคราะห์เพื่อให้ได้ข้อค้นพบตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย
ผลการวิจัยพบว่า
- มรดกวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนาในอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ มีพัฒนาการเชื่อมโยงกับเวียงกุมกามและอารยธรรมล้านนา สะท้อนผ่านโบราณสถาน ศิลปกรรม และตำนานท้องถิ่นที่สืบทอดพระพุทธศาสนามายาวนานกว่า 700 ปี โดยวัดสำคัญต่าง ๆ แสดงการผสมผสานศิลปะหริภุญชัย ล้านนา และพม่าอย่างมีคุณค่าเชิงประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม
- กระบวนการจัดการมรดกวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนา กระบวนการจัดการมรดกวัฒนธรรมในพื้นที่ดำเนินไปอย่างบูรณาการภายใต้กรอบ 4 E ได้แก่ (1) Education การพัฒนาแหล่งเรียนรู้จากวัดสำคัญเพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ท้องถิ่น (2) Engineering การออกแบบกิจกรรมและนวัตกรรมสื่อทั้งเชิงสร้างสรรค์และดิจิทัล และ (3) Enforcement การกำกับดูแลผ่านความร่วมมือของวัด ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานรัฐ และ (4) Engagement Integration) เป็นกลไกที่เชื่อมโยงบ้าน วัด โรงเรียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- การจัดการมรดกวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนาในอำเภอสารภีมีลักษณะเชิงบูรณาการ ภายใต้กรอบ 4E (1) Education (2) Engineering (3) Enforcement และ (4) Engagement Integration) ควบคู่การพัฒนาพุทธนวัตกรรม อันก่อให้เกิดประโยชน์ 3 ระดับ คือ ประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่น และ ประโยชน์ร่วมกัน ส่งผลต่อการพัฒนาตนของประชาชน ผ่านความร่วมมือระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน และภาคีเครือข่าย
เอกสารอ้างอิง
กานต์สิรี ปันทะนุ, จุทาทิพย์ อินทะนนท์, อโรชา ศรีสัตตยะบุตร, วิชุดา ศรีสัตตยะบุตร, เพียงนภา เนาวเรศ, ปรีณาพรรณ เลาหมู่, และวิภาวรรณ์ ทาสิงห์คำ. (2566). แนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเวียงกุมกาม โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างยั่งยืน ตำบลหนองผึ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่. วารสารข่วงผญา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, 17(1), 54–65. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/khuangpaya/article/view/264842
ชูวิทย์ สุจฉายา. (2563). การสร้างแนวทางการจัดการมรดกวัฒนธรรมสร้างสรรค์ย่านเก่าเพชรบุรี. สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน). https://pmua.or.th/research/a13f640083/
ญาณวดี พงศากลวัชร และวิโรจน์ วิชัย. (2567). แนวทางการจัดการภูมิทัศน์วัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยวเชิงพุทธ ของวัดในอำเภอเมืองเชียงใหม่. วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา, 15(1), 1–19. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JBS/article/view/263763
พระครูญาณปรีชา, สมเดช นามเกตุ, และบุญส่ง สินธุ์นอก. (2566). พระพุทธศาสนากับภูมิปัญญาไทย. วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี, 6(1), 187-205. https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JMCR/article/view/2440
พระครูวิจิตรพิพัฒนโกศล (สุเวศน์ หอมนาน), พระราชปริยัติ, พระครูวรวรรณวิฑูรย์, และชูชาติ สุทธะ. (2565). รูปแบบการส่งเสริมประเพณีทางพระพุทธศาสนาของชาวไทลื้อ. วารสารบัณฑิตแสงโคมคำ, 7(2), 366–382. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jsbs/article/view/256221
พระครูสมุห์ไพฑูรย์ พนมสวย, สุทธญาณ์ โอบอ้อม, และพิชญานนท์ จิระภัทธังกูร. (2562). การบริหารสมัยใหม่กับการบริหารเชิงพุทธศาสตร์. วารสาร มจร หริภุญชัยปริทรรศน์, 3(2), 119-132. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JMHR/article/view/203351
พระครูสังฆรักษ์ทรงพรรณ ชยทตฺโต, พระมหาอุทัย ปญญาปภาโส, ทรวชิรโสภณ (ธมฺมโสภโณ), พระมหาศักฎา สุมโน, พระครูโสภณธรรมวิภูษิต (ชิตเทโว), พระมหาเกรียงศักดิ์ ภูริวฑฺฒโก, และณัฏฐนาถ ศรีเลิศ. (2560). วัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนาเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของกลุ่มชาติพันธุ์ไทย-มอญในจังหวัดราชบุรี. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 5(1), 66-77. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/journal-peace/article/view/84233
พระสุธีรัตนบัณฑิต. (2564). การจัดการมรดกวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนา. นิติธรรมการพิมพ์.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอสารภี.(2568, 15 ธันวาคม). ประวัติความเป็นมาอำเภอสารภี. https://district.cdd.go.th/saraphi/about-ประวัติความเป็นมา
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ปัญญา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ผลการวิจัยและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความ ถือเป็นความคิดเห็นและอยู่ในความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ มิใช่ความเห็นหรือความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ หรือมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา ทั้งนี้ไม่รวมความผิดพลาดอันเกิดจากการพิมพ์ บทความที่ได้รับการเผยแพร่โดยวารสารปัญญา ถือเป็นสิทธิ์ของวารสารฯ


