ผลการจัดการเรียนรู้แบบใช้วิจัยเป็นฐานต่อสมรรถนะการวิจัยในรายวิชาโครงการพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ โรงเรียนนาวิกเวชกิจ ศูนย์วิทยาการ กรมแพทย์ทหารเรือ

ผู้แต่ง

  • นุชปิยา ทองโชติ โรงเรียนนาวิกเวชกิจ ศูนย์วิทยาการ กรมแพทย์ทหารเรือ
  • สุรเดช พิลา โรงเรียนนาวิกเวชกิจ ศูนย์วิทยาการ กรมแพทย์ทหารเรือ

คำสำคัญ:

วิจัยเป็นฐาน, สมรรถนะการวิจัย

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความรู้ในการวิจัยก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ และศึกษาทักษะในการวิจัย และเจตคติในการวิจัยของนักเรียนนาวิกเวชกิจ โดยใช้วิจัยเป็นฐาน (Research-Based Learning: RBL) รูปแบบใช้กระบวนการวิจัยในรายวิชาโครงการพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ โดยใช้รูปแบบการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Design) กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนนาวิกเวชกิจ ชั้นปีที่ 2 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนนาวิกเวชกิจ ศูนย์วิทยาการ กรมแพทย์ทหารเรือ จำนวน 51 คน ซึ่งคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) การจัดการเรียนรู้แบบใช้วิจัยเป็นฐานได้ออกแบบให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการวิจัยอย่างเป็นระบบตั้งแต่การระบุปัญหา การออกแบบวิธีวิจัย การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ การสร้างข้อสรุป และการนำเสนอผลงาน ตามแนวคิดความเชื่อมโยงระหว่างการวิจัยกับการสอน (Research–Teaching Nexus) ของ Healey and Jenkins (2009) ทฤษฎีคอนสตรัคติวิซึม (Constructivism) ของ Piaget (1972) และแนวคิดสังคมสร้างสรรค์ของ Vygotsky (1978) ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory) ของ Kolb (1984) และทฤษฎีการรับรู้สมรรถนะแห่งตน (Self-Efficacy Theory) ของ Bandura (1997) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย คู่มือการสอน แบบทดสอบความรู้ในการวิจัย แบบประเมินทักษะกระบวนการวิจัย แบบประเมินรายงานการวิจัย ซึ่งผ่านการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือและมีค่าความตรงตามเนื้อหาและความเที่ยงในระดับสูง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และการทดสอบ t-test สำหรับกลุ่มตัวอย่างกลุ่มเดียว ผลการวิจัยพบว่า หลังการจัดการเรียนรู้แบบใช้วิจัยเป็นฐาน นักเรียนนาวิกเวชกิจมีค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ในการทำวิจัยสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t=26.48, p < .01) คะแนนเฉลี่ยทักษะในการทำวิจัยประกอบด้วยทักษะกระบวนการวิจัยอยู่ในระดับสูง (M=23.33, SD =3.56) ความเที่ยงระหว่างผู้ประเมิน (inter-rater reliability) อยู่ในระดับสูง (Weighted Kappa = .80) และรายงานการวิจัยอยู่ในระดับปานกลาง (M = 47.26, SD = 4.84) ความเที่ยงระหว่างผู้ประเมินอยู่ในระดับปานกลาง (Weighted Kappa = .55) แสดงให้เห็นว่าเป็นกลยุทธ์การจัดการเรียนรู้แบบใช้วิจัยเป็นฐานเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยของนักเรียน

เอกสารอ้างอิง

กรมแพทย์ทหารเรือ. (2568). แผนยุทธศาสตร์ กรมแพทย์ทหารเรือ ปี พ.ศ. 2569 – 2575. กรมแพทย์ทหารเรือ. https://www.nmd.go.th/

กองทัพเรือ. (2568). วิสัยทัศน์และพันธกิจกองทัพเรือ. กองทัพเรือ. https://www.navy.mi.th/vision

ประเวช ชุ่มเกษรกูลกิจ. (2561). พฤติกรรมสร้างนวัตกรรมในการทำงาน: แนวคิด ปัจจัยเชิงสาเหตุ ความท้าทาย. วารสารพฤติกรรมศาสตร์เพื่อการพัฒนา, 10(1), 25-41.

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน). (2564). มาตรฐานการประกันคุณภาพภายนอก ระดับการอาชีวศึกษา (พ.ศ. 2564–2568). สำนักงานรับรองมาตรฐานและคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน).

อาทิตยา ดวงมณี. (2565). กลยุทธ์การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสมรรถนะการวิจัยของนักศึกษาพยาบาล. วารสารแพทย์นาวี. 49(1), 223-244.

Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. W.H. Freeman.

Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Prentice-Hall.

Daryanes, F., Zubaidah, S., Mahanal, S., & Sulisetijono, S. (2024). Research team-based learning: A new model for empowering students’ research skills. Research and Development in Education (RaDEn), 4(2), 1252–1270. https://doi.org/10.22219/raden.v4i2.36711

Govittayangkull, P., & Phutthima, B. (2023). Research-based learning management to promote research competency for graduate diploma teaching profession students. Education Journal Faculty of Education, Nakhon Sawan Rajabhat University, 6(2), 28–38.

Healey, M., & Jenkins, A. (2009). Developing undergraduate research and inquiry. Higher Education Academy.

Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Prentice-Hall.

Landis, J. R., & Koch, G. G. (1977). The measurement of observer agreement for categorical data. Biometrics, 33(1), 159–174. https://doi.org/10.2307/2529310

Luangrangsee, P., & Ratsameemonthon, C. (2023). A study of the expected learning outcomes and needs assessment in the subject of research to learning development for teacher professional students. Journal of Social Science and Cultural, 7(7), 246–256. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/266265

Piaget, J. (1972). The psychology of the child. Basic Books.

Plysang, S. (2024). The harnessing research-based learning to empower cognitive, metacognitive, and professional competencies in higher education: A case study of undergraduate students development in early childhood education program. Journal of Roi Kaensarn Academi, 9(11), 368–382. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JRKSA/article/view/273874

Sailuadkham, K. (2024). Critical thinking development of student teachers through research-based learning with technology-enhanced learning. Journal of Innovation and Learning Sciences, 17(1), 173–190.

Thiem, J., Preetz, R., & Haberstroh, S. (2023). How research-based learning affects students’ self-rated research competences: Evidence from a longitudinal study across disciplines. Studies in Higher Education, 48(7), 1039–1051. https://doi.org/10.1080/03075079.2023.2181326

Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-07-15

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย