ทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการเป็นองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาระดับทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 2) เพื่อศึกษาระดับการเป็นองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 และ 3) เพื่อศึกษาทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการเป็นองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 บทความวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คือ ครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 จำนวน 310 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้นตามสัดส่วนกระจายตามขนาดของสถานศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และรายด้านอยู่ในระดับมากและมากที่สุด โดยทักษะการตัดสินใจอยู่ในระดับสูงที่สุด รองลงมาได้แก่ ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ทักษะการสื่อสาร และทักษะความคิดรวบยอดอยู่ในลำดับสุดท้าย 2) ระดับการเป็นองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา ภาพรวมอยู่ในระดับมาก และรายด้านอยู่ในระดับมากและมากที่สุด โดยการพัฒนาความรู้และเป็นมืออาชีพในงานอยู่ในระดับสูงที่สุด รองลงมาได้แก่ สังคมที่มีความสุข มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การมีคุณธรรมและความกตัญญู และเศรษฐกิจการเงินที่ดีอยู่ในลำดับสุดท้าย 3) ทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา ได้แก่ ทักษะความคิดรวบยอด (X3) ทักษะการบริหารเวลา (X7) ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (X2) และทักษะการวินิจฉัย (X4) ส่งผลต่อการเป็นองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา โดยสามารถร่วมกันทำนายได้ร้อยละ 58.70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร
ข้อความที่ปรากฎอยู่ในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ และข้อคิดเห็นนั้นไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารวิชาการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร
เอกสารอ้างอิง
จันทร์จิรา พรหมเมตตา. (2561). ทักษะของผู้บริหารที่ส่งผลต่อองค์กรแห่งความสุขในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.
ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ และธีร์ธรรม วุฑฒิวัตรชัยแก้ว. (2561). องค์กรแห่งความสุข 4.0. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: แอทโฟร์พริ้นท์.
มลฤดี สวนดี. (2565). ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการบริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขต 1. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
ศรัญญา น้อยพิมาย. (2562). ทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2563). องค์กรสุขภาวะสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน. กรุงเทพฯ: แอทโฟร์พริ้นท์.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2. (2568). รายงานผลการถอดบทเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอก ครั้งที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2568. นครปฐม: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561. กรุงเทพฯ: 21 เซ็นจูรี่.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). เรื่องเล่าจากโรงเรียน เล่มที่ 1 บริหารงาน บริหารคน สู่ความสำเร็จ.กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
สุวิมล ติรกานันท์. (2557). ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์ : แนวทางสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อรพรรณ ขันแก้ว. (2565). ทักษะของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการเป็นองค์กรแห่งความสุขของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ ในเขตภาคกลาง. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
Griffin, W. R. (2015). Fundamentals of management. Boston, MA: Cengage Learning.