กระบวนการคิดเชิงออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ 4 องค์ประกอบ: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนหัตถกรรมชาวเขาในบริบทการพัฒนาสังคมเชิงสร้างสรรค์
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ ได้แก่ (1) เพื่อศึกษากระบวนการคิดเชิงออกแบบในฐานะเครื่องมือเชิงกลยุทธ์สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟของชุมชนชาวเขาภายใต้โครงการพระธรรมจาริก วัดพระธรรมจาริกบ้านย่านำ ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย (2) เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างระหว่างกระบวนการออกแบบที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลางกับการสร้างคุณค่าทางสังคมและเศรษฐกิจของชุมชนชาวเขาดอยวาวีและ (3) เพื่อเสนอแนวทางการบูรณาการกระบวนการคิดเชิงออกแบบกับกรอบแนวคิดความคิดสร้างสรรค์ 4 มิติ เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมทางสังคมอย่างยั่งยืนในบริบทชุมชนหัตถกรรมชาวเขา การวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ บูรณาการการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมและการวิจัยเชิงชาติพันธุ์วรรณนา ณ วัดพระธรรมจาริกบ้านย่านำ ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ผู้ให้ข้อมูลหลักได้รับการคัดเลือกแบบเจาะจง ได้แก่ พระสงฆ์นักพัฒนาชุมชน ผู้นำชุมชน เกษตรกรผู้แปรรูปกาแฟ นักออกแบบ และผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมทางสังคม เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม วิเคราะห์เนื้อหา และตรวจสอบความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการสามเส้า ผลการวิจัยพบว่า กระบวนการคิดเชิงออกแบบในบริบทชุมชนชาวเขาดำเนินการเป็นวัฏจักร 5 ขั้นตอน ได้แก่ การเข้าอกเข้าใจผู้ใช้งาน
การนิยามปัญหา การระดมแนวคิด การสร้างต้นแบบ และการทดสอบ โดยขั้นตอนแรกต้องอาศัยการสร้างความไว้วางใจและทุนทางสังคมเป็นพื้นฐาน การบูรณาการกรอบความคิดสร้างสรรค์ 4 องค์ประกอบ ได้แก่ บุคคล กระบวนการ บริบทแวดล้อม และผลผลิต ช่วยให้ชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟที่สมดุลทั้งด้านการใช้งาน คุณค่าทางสุนทรียะ และความเหมาะสมทางสังคมวัฒนธรรม ผลลัพธ์ก่อให้เกิดคุณค่าทางสังคมในมิติทักษะการแปรรูปและออกแบบบรรจุภัณฑ์ การสร้างรายได้ที่มั่นคง และการอนุรักษ์อัตลักษณ์วัฒนธรรมชุมชนชาวเขาดอยวาวี ทั้งนี้ ผู้วิจัยได้สังเคราะห์องค์ความรู้ใหม่ในนาม “JARIKANO Model” อันเป็นกรอบแนวคิดเชิงบูรณาการ 4 ระดับ ที่แสดงพลวัตความสัมพันธ์ระหว่างรากฐานชุมชน กลไกขับเคลื่อน กระบวนการคิดเชิงออกแบบ และกรอบความคิดสร้างสรรค์ 4 องค์ประกอบ สู่นวัตกรรมทางสังคมอย่างยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร
ข้อความที่ปรากฎอยู่ในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ และข้อคิดเห็นนั้นไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารวิชาการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร
เอกสารอ้างอิง
Brown, T. (2008). Design thinking. Harvard Business Review, 86(6): 84–92.
Buchanan, R. (1992). Wicked problems in design thinking. Design Issues, 8(2): 5-21.
IDEO.org. (2015). The field guide to human-centered design. IDEO.org.
Liedtka, J. (2018). Why design thinking works. Harvard Business Review, 96(5): 72–79.
Manzini, E. (2015). Design, when everybody designs: An introduction to design for social innovation. MIT Press.
Mulgan, G. (2007). Social innovation: What it is, why it matters and how it can be accelerated. Skoll Centre for Social Entrepreneurship: Oxford University.
Murray, R., et al. (2010). The open book of social innovation. London: NESTA.
Nonaka, I., & Takeuchi, H. (1995). The knowledge-creating company: How Japanese companies create the dynamics of innovation. Oxford University Press.
Prahalad, C. K., & Ramaswamy, V. (2004). Co-creation experiences: The next practice in value creation. Journal of Interactive Marketing, 18(3): 5–14.
Rhodes, M. (1961). An analysis of creativity. Phi Delta Kappan, 42(7): 305-310.
Sanders, E. B.-N., & Stappers, P. J. (2008). Co-creation and the new landscapes of design. CoDesign, 4(1): 5-18.
United Nations. (2015). Transforming our world: The 2030 agenda for sustainable development (A/RES/70/1). United Nations.