ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้โฟนิกส์สังเคราะห์ (Synthetic Phonics) ร่วมกับข้อความถอดรหัสได้ (Decodable Texts) เพื่อส่งเสริมการเขียนสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
Main Article Content
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ของการวิจัยนี้คือ 1) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการเขียนสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ก่อนและหลังได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้โฟนิกส์สังเคราะห์ร่วมกับข้อความถอดรหัสได้และ 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้โฟนิกส์ ร่วมกับข้อความถอดรหัสได้ เพื่อส่งเสริมการเขียนสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง โดยใช้แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 34 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้โฟนิกส์สังเคราะห์ร่วมกับข้อความถอดรหัสได้ จำนวน 5 แผน ซึ่งผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหว่าง 0.67–1.00 2) แบบทดสอบวัดทักษะการเขียนสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ มีค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.67–1.00 และมีค่าความเชื่อมั่น (Reliability) เท่ากับ 0.98 และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้โฟนิกส์สังเคราะห์ร่วมกับข้อความถอดรหัสได้ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน พบว่าทุกรายการมีค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.67–1.00 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างไม่เป็นอิสระต่อกัน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลของการเขียนสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้โฟนิกส์สังเคราะห์ ร่วมกับข้อความถอดรหัสได้ สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 5.92, p < .001) 2) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยโฟนิกส์สังเคราะห์ร่วมกับข้อความถอดรหัสได้ เพื่อส่งเสริมการเขียนสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษอยู่ในระดับมาก (M = 2.72, S.D. = 0.49)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร
ข้อความที่ปรากฎอยู่ในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ และข้อคิดเห็นนั้นไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารวิชาการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร
เอกสารอ้างอิง
กชกร ใจการุณ. (2565). ผลการใช้วิธีการสอนแบบโฟนิกส์ที่มีต่อพัฒนาการด้านทักษะการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดดอนกลอย อำเภอหนองขาหย่าง จังหวัดอุทัยธานี. การค้นคว้าอิสระ (กศ.ม.) สาขาวิชาภาษาอังกฤษ. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
ชฎาพร โพคัยสวรรค์ และคณะ. (2567). ปัญหาการออกเสียงภาษาอังกฤษของคนไทยและเทคนิคการสอนเสียงที่เป็นปัญหา. วารสารการบริหารการปกครองและนวัตกรรมท้องถิ่น, 8(2): 391-408.
ปิยพร เกื้ออนันต์. (2564). การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านและการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้วิธีการสอนแบบโฟนิกส์ร่วมกับการใช้สื่อประสม การเสริมแรง และเพื่อนช่วยเพื่อน. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
สุจิตรา วงษ์หาญ และสรณบดินทร์ ประสารทรัพย์. (2566). ผลการใช้วิธีสอนแบบโฟนิกส์ (Phonics) เพื่อส่งเสริมความสามารถในการประสมเสียงตัวอักษรเพื่อการอ่านออกเสียงคำภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี, 11(3): 31-40.
Birch, C., et al. (2022). A systematic literature review: Decodable and levelled books. International Journal of Comparative Education and Development, 24(2): 89-105.
Bitney, M. (2023). The impact of explicit phonics instruction and decodable text on fluency with third-grade students. Master’s thesis. University of Wisconsin-River Falls.
Brady, S. (2020). A 2020 perspective on research findings on alphabetics (phoneme awareness and phonics): Implications for instruction. The Reading League Journal, 2(1): 20-28.
Buckingham, J. (2020). Evidence strongly favours systematic synthetic phonics. Learning Difficulties Australia Bulletin, 52(1): 30-34.
Buckingham, J. (2022). Systematic synthetic phonics. Five from Five. https://fivefromfive.com.au/wp-content/uploads/2022/07/RB2-SSP.pdf
Cahyati, P., & Madya, S. (2019). Teaching English in primary schools: Benefits and challenges. Journal of English Education and Linguistics Studies, 6(2): 395-400.
Ehri, L. C. (2005). Learning to read words: Theory, findings, and issues. Scientific Studies of Reading, 9(2): 167-188.
International Literacy Association. (2019). Meeting the challenges of early literacy phonics instruction. International Literacy Association. https://www.literacyworldwide.org/docs/default-source/where-we-stand/ila-meeting-challenges-early-literacy-phonics-instruction.pdf
Johnston, R. S., & Watson, J. E. (2005). The effects of synthetic phonics teaching on reading and spelling attainment: A seven-year longitudinal study. Scottish Executive Education Department.
National Reading Panel. (2000). Teaching children to read: An evidence-based assessment of the scientific research literature on reading and its implications for reading instruction. Washington, DC: U.S. Government Printing Office.
Pennell, A. E., et al. (2024). A healthy diet for beginning readers: Decodable texts as part of a comprehensive literacy program. The Reading Teacher, 77(5): 673-684.
Summer, T., & Böttger, H. (2022). English in primary education: Concepts. research, practice. University of Bamberg Press.