รูปแบบองค์กรรมณีย์ของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบขององค์กรรมณีย์ของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2) สร้างรูปแบบองค์กรรมณีย์ของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3) ประเมินและรับรองรูปแบบองค์กรรมณีย์ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คือ โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างได้จำนวน 331 โรงเรียน จากนั้นสุ่มโรงเรียนจากแต่ละภูมิภาค และเลือกผู้ให้ข้อมูลในแต่ละโรงเรียนแบบเจาะจง ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน ครู รวมโรงเรียนละ 4 คน ได้ผู้ให้ข้อมูลทั้งสิ้น 1,324 คน สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 7 รูป/คน และผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อประเมินและรับรองรูปแบบ จำนวน 10 รูป/คน เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลข้อคำถามมีค่า IOC เท่ากับ 1.00 ทุกข้อและค่าความเชื่อมั่นที่ 0.993 ประกอบด้วย 1. แบบสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง 2. แบบสอบถามความคิดเห็น 3. แบบประเมินและรับรองรูปแบบ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ สถิติที่ใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ มัชฌิมเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ ผลการวิจัยพบว่า 1. องค์กรรมณีย์ของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ตัวแปร องค์ประกอบ 123 ตัวแปร 2. องค์ประกอบขององค์กรรมณีย์ของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จากการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ (EFA) มีทั้งหมด 7 องค์ประกอบ 87 ตัวแปร ได้แก่ 1) การพัฒนาศักยภาพบุคลากร มี 26 ตัวแปร 2) จรรยาบรรณในการปฏิบัติงาน มี 15 ตัวแปร 3) ความสัมพันธ์ในองค์กร มี 15 ตัวแปร 4) สภาพแวดล้อมทางกายภาพ มี 13 ตัวแปร 5) การติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ มี 10 ตัวแปร 6) ความรับผิดชอบในการปฏิบัติงาน มี 5 ตัวแปร 7) การจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อส่งเสริมสุขภาวะ มี 3 ตัวแปร 3. ผลการประเมินและรับรองรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 10 รูป/คน พบว่า รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีความถูกต้องเหมาะสม เป็นไปได้ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้สอดคล้องกับกรอบแนวคิดทฤษฎีของการวิจัย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร
ข้อความที่ปรากฎอยู่ในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ และข้อคิดเห็นนั้นไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารวิชาการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร
เอกสารอ้างอิง
ณัฐการ บุญรักษา. (2563). รูปแบบบรรยากาศองค์การเชิงบูรณาการปัญญาของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. ดุษฎีนิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.
พระครูโกวิท บุญเขต. (2566). รูปแบบการจัดการองค์กรแห่งความสุข (Happy Workplace). วารสาร มจร.หริภุญชัยปริทรรศน์, 7(2): 254-255.
ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานต์. (2560). สร้างสุขด้วยสติในองค์กร. (พิมพ์ครั้งที่ 4). นนทบุรี: บริษัท บียอนด์ พับลิสชิ่ง จำกัด.
สธนา สำนึกวังชัย. (2562). การศึกษารูปแบบขององค์กรแห่งความสุขภาครัฐ. กรณีศึกษา: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 1. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยบริการ: มหาวิทยาลัยบูรพา.
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2564). หลักรมณีย์ ที่ลืมเลือนไป ชวนกันฟื้นขึ้นใหม่ทำทั่วถิ่นไทยให้งามรื่นรมย์. นครปฐม: วัดญาณเวศกวัน.
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน). (2564). รายงานผลการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน).
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). ชื่อรายงานหรือชื่อแผนพัฒนาฯ (เช่นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
Kabat-Zinn, J. (2003). Mindfulness-Based Interventions in Context: Past, Present, andFuture. Clinical Psychology: Science and Practice, 10(2): 144–156.